Highlight
ขออนุญาติ1
 

 

 

ชีววิทยาการสืบพันธุ์ของนกแก๊กในกรงเลี้ยง (Breeding Biology of Oriental Pied Hornbill in Captivity)

ข้อมูลทั่วไป
กลุ่มศึกษา
(Area of Study)
นก  
รายละเอียดโดยสังเขป
นกแก๊กหรือนกแกง มีชื่อสามัญว่า Oriental Pied Hornbill หรือ Indian Pied Hornbill มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Anthracoceros albirostis เป็นนกเงือกขนาดเล็ก มีความยาวจากปลายปากถึงปลายหาง 70 เซนติเมตร มี 2 ชนิดพันธุ์ย่อย คือ Anthracoceros albirostis albirostis และ Anthracoceros albirostis convexus ( Lekagul and Round , 1991 ) นกแก๊กมีโหนกขนาดใหญ่เป็นรูปทรงกระบอก ทอดตามความยาวของปาก คอและลำตัวด้านบนสีดำ ขอบตาสีฟ้าซีด ใต้อกและท้องสีขาว ปลายขนปีกสีขาวขนหางคู่กลางสีดำ ส่วนที่เหลือมีส่วนปลายสีขาว แต่ A. a. convexus มีขนหางคู่กลางสีดำ ขนาบด้วยสีขาว ด้านข้าง บางตัวอาจมีส่วนสีดำอยู่บนขนหางขาวมาก บางตัวน้อย ไม่แน่นอน ตัวผู้มีจะงอยปากและ โหนกสีขาวงาช้าง และมีสีดำแต้มด้านหน้าของโหนก ตัวเมียมีโหนกเล็กกว่าและมีสีดำแต้มเปรอะทั้งโหนกและ ปากจนดูมอม ตัววัยรุ่นคล้ายตัวเต็มวัยแต่มีโหนกเล็กกว่า สีบริเวณปากจะค่อยๆปรากฏชัดเจนขึ้น นกแก๊กชอบกินผลไม้ หากินตามพื้น จับสัตว์เล็กๆ เช่น งู กิ้งก่า ปลา ปู หอย ชอบอยู่รวมกัน เป็นฝูงเล็ก 8-10 ตัว ชอบคลุกฝุ่น เวลาบินจะมีผู้นำแล้วบินตามกันเป็นแถว ชอบส่งเสียงคุยกันลั่น ร้องแก๊ก แก๊ก แก๊ก อาศัยอยู่ตามป่าเต็งรัง ชายป่าดิบแล้ง ป่าดิบชื้น ป่าเบญจพรรณ (คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัย มหิดล , 2538) ขนาดปากโพรงเฉลี่ย 25 X 10 เซนติเมตร ความกว้างภายในโพรงเฉลี่ย 46X37 เซนติเมตร สูง 150 เซนติเมตร พื้นโพรงต่ำกว่าขอบปากโพรงด้านล่าง 5 เซนติเมตร ขนาดของต้นไม้ที่ทำรังมีเส้นผ่า ศูนย์กลางเฉลี่ย 75 เซนติเมตรวัดระดับอก และเป็นต้นไม้ที่มีเรือนยอดขนาดกลางสูง 20-27 เมตร และเรือน ยอดขนาด ต่ำสุด 15-20 เมตร ตัวเมียขังตัวเองจนลูกนกออกจากโพรงใช้เวลา 83 วัน ฤดูผสมพันธุ์เริ่มปลาย กุมภาพันธ์หรือต้นมีนาคมถึงพฤษภาคม ไข่ชุดละ 1-3 ฟอง ระยะฟักไข่ 25-27 วัน เลี้ยงลูก 1 – 2 ตัว ( Poonswad and Kemp , 1993 )
บทคัดย่อ
การศึกษาชีววิทยาการสืบพันธุ์ของนกแก๊กในกรงเลี้ยง ได้ดำเนินการที่สถานีวิจัย การเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเพื่อเศรษฐกิจช่องกล่ำบน จังหวัดสระแก้ว เริ่มทำการศึกษาตั้งแต่เดือนธันวาคม 2542 ถึงเดือนเมษายน 2543 พบว่า นกแก๊กเริ่มสำรวจโพรงรังและเกี้ยวพาราสีปลายเดือนธันวาคม นกตัวผู้จะอยู่ ใกล้นกตัวเมีย โดยนกตัวผู้กระโดดไปเกาะคอนใกล้นกตัวเมีย ไซร้ขนให้นกตัวเมีย จิกอาหารมาป้อนนกตัวเมีย หรือสำรอกอาหารป้อนนกตัวเมีย ส่วนนกตัวเมียจะตอบสนองโดยเอียงคอไปมาให้นกตัวผู้ไซร้ขนให้ รับอาหาร ที่นกตัวผู้ป้อนให้ เมื่อนกตัวผู้สำรวจโพรงรังแล้ว นกตัวผู้และนกตัวเมียจะช่วยกันสำรวจโพรงรัง นกตัวเมีย ปิดโพรงรังถี่และใช้เวลามากขึ้น โดยมีนกตัวผู้คอยส่งและป้อนดินและอาหารให้นกตัวเมียอยู่นอกโพรงรัง นกตัวเมียนำดินและอาหารผสมมูลของนกตัวเมียเพื่อใช้ปิดโพรงรัง โดยใช้จะงอยปากตีส่วนผสมให้ติดกับผนัง โพรงรังและปิดปากโพรงรังให้ช่องแคบลง แต่นกตัวผู้ยังคงสามารถส่งดินและอาหารผ่านทางปากโพรงรังได้ นกตัวผู้จะคอยระวังภัยอยู่หน้าปากโพรงรัง นกตัวเมียจะเริ่มปิดปากโพรงรังกลางเดือนมกราคม หลังจากปิด ปากโพรงรังได้ 3 วัน นกตัวผู้จะเข้าเคล้าคลอนกตัวเมีย พร้อมส่งเสียงครางเบาๆ จึงผสมพันธุ์กับนกตัวเมีย นกตัวเมียจะขังตัวเองภายในโพรงรังหลังจากปิดปากโพรงรังได้ 6 วัน นกตัวเมียเสร็จสิ้นการปิดปากโพรงรัง หลังจากขังตัวเองในโพรงรังได้ 6 วัน นกตัวเมียวางไข่ต้นเดือนกุมภาพันธุ์หลังจากขังตัวเองในโพรงรัง ได้ 15 วัน โดยวางไข่วันละ 1 ฟอง รวมจำนวน 2 ฟอง นกตัวเมียฟักไข่นาน 21 วัน จึงฟักออกเป็นตัว ปลายเดือนกุมภาพันธ์ จำนวน 1 ตัว ระยะเวลานกตัวเมียขังตัวเองในโพรงรังจนถึงลูกนกฟักออกเป็นตัว รวม 36 วันหรือประมาณ 5 สัปดาห์ ขณะที่นกตัวเมียเลี้ยงลูกอยู่ในโพรงรัง นกตัวผู้ป้อนอาหารบ่อยขึ้น นกตัวเมียกะเทาะปากโพรงรัง ออกจากโพรงรัง และลูกนกออกจากโพรงรังประมาณกลางเดือนเมษายน ระยะเวลานกตัวเมียขังตัวเองในโพรงรังจนถึงลูกนกออกจากโพรงรัง รวม 88 วันหรือประมาณ 3 เดือน ลูกนกออกจากโพรงรังมีอายุ 52 วันหรือประมาณ 7 สัปดาห์
ปีที่ตีพิมพ์
2543  
คำค้น
ชีววิทยาการสืบพันธุ์ นกแก๊ก กรงเลี้ยง

ผู้ศึกษา
-

โครงการอื่นๆที่เกี่ยวข้อง
-









Copyrights 2006 :: กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ::