38. เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูสีฐาน
PST_T.jpg
38. เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูสีฐาน

ประวัติความเป็นมา:
พื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูสีฐานเคยผ่านการสัมปทานเพื่อการทำไม้มาก่อน ต่อมาราษฎรในท้องถิ่นโดยสภาตำบลคำชะอี อำเภอคำชะอี จังหวัดมุกดาหาร มองเห็นคุณค่าของป่าไม้ที่จะเอื้อประโยชน์ต่อการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนท้องถิ่นที่อยู่อาศัยใกล้ชิดป่าให้ดีขึ้น ประกอบกับพื้นที่ป่าดงภูสีฐานมีสภาพภูมิประเทศเป็นเทือกเขาติดต่อกัน บนยอดเขาเป็นที่ราบกว้างสภาพป่าทั่วไปเป็นป่าดิบแล้ง ป่าเต็งรัง ป่าผสมผลัดใบ และทุ่งหญ้า มีแหล่งน้ำและแหล่งอาหารของสัตว์ป่าอุดมสมบูรณ์ มีสัตว์ป่าอาศัยอยู่หลายชนิด และเป็นแหล่งกำเนิดของต้นน้ำลำธารของลำน้ำหลายสายในจังหวัดมุกดาหาร จึงร่วมกันเรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกสัมปทานป่าไม้บริเวณป่าดงภูสีฐาน เพื่อรักษาพื้นที่ป่าไม้ไว้เป็นแหล่งต้นน้ำลำธาร โดยให้ประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติหรือเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า พ.ศ. 2529 กรมป่าไม้ได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าสำรวจป่าดงภูสีฐาน พบว่าสภาพป่าแห่งนี้มีศักยภาพ และเหมาะสมแก่การสงวนรักษาไว้เป็นป่าต้นน้ำและแหล่งที่อยู่ อาศัยของสัตว์ป่ามากกว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยว ต่อมาในปี พ.ศ. 2533 ได้มีพระราชกฤษฎีกากำหนดให้พื้นที่ป่าดงภูสีฐานเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูสีฐาน โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา ฉบับพิเศษ หน้า 21 เล่ม 107 ตอนที่ 100 ลงวันที่ 12 มิถุนายน 2533 นับเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเพียงแห่งเดียวของทั้งจังหวัดมุกดาหารและจังหวัดกาฬสินธุ์ และเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าที่เกิดจากความต้องการของราษฎรท้องถิ่นอย่างแท้จริง ต่อมาในปี พ.ศ. 2543 ได้มีพระราชกฤษฎีกาให้ยกเลิกพื้นที่เขตฯ และประกาศขึ้นใหม่ โดยได้ผนวกพื้นที่บางส่วน ในท้องที่ตำบลบ้านค้อ จำนวน 33,291 ไร่ ให้เป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูสีฐาน ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเล่มที่ 117 ตอนที่ 101 ก. ลงวันที่ 8 พฤศจิกายน 2543

ประกาศในราชกิจจานุเบกษา:8/11/2543[117/101]
  • ข้อมูลด้านกายภาพ:
 
พื้นที่: 345790  ไร่
ภูมิประเทศ: ลักษณะภูมิประเทศของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเป็นภูเขาสูงมีที่ราบบนภูเขา อยู่ในแนวเทือกเขาภูพานตอนล่าง ระดับความสูงอยู่ในช่วง 200 - 592 เมตร จากระดับน้ำทะเล จุดสูงสุดคือภูเมย (592 เมตร) อยู่ในเขตจังหวัดกาฬสินธุ์ พื้นที่ส่วนใหญ่ลาดเอียงลงสู่ทิศเหนือด้านอำเภอคำชะอี และอำเภอดงหลวง จังหวัดมุกดาหาร ก่อให้เกิดลำห้วยหลายสาย ได้แก่ ห้วยไผ่, ห้วยยาง, ห้วยกระแส, ห้วยนกเต็น, ห้วยตาเปอะ และห้วยเลา ทั้งหมดเป็นสาขาของห้วยบางทราย ด้านทิศใต้เป็นต้นกำเนิดของห้วยบงกือ, ห้วยคันแท, ห้วยทราย, ห้วยบังอี่ และห้วยมุก ส่วนด้านทิศตะวันตกเป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำยัง และลำห้วยสาขาได้แก่ ห้วยแดง, ห้วยม่วง และห้วยจุมจัง
ภูมิอากาศ: เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูสีฐานอยู่ในเขตมรสุมตะวันออกเฉียงใต้ แต่เนื่องจากพื้นที่อยู่ห่างไกลชายฝั่งทะเลค่อนข้างมาก จึงทำให้ภูมิอากาศค่อนไปทางภูมิอากาศแบบกึ่งร้อน มีช่วงฤดูกาลที่เด่นชัดแยกออกเป็น 3 ฤดู คือ ฤดูฝน เริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงเดือนตุลาคม ซึ่งได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดพาความชื้นจากทะเลเข้าสู่แผ่นดิน นอกจากนี้ยังได้รับอิทธิพลจากพายุดีเปรสชั่น ฤดูหนาวเริ่มจากเดือนพฤศจิกายน ถึงเดือนกุมภาพันธ์ เป็นช่วงที่อากาศแห้งแล้งและหนาวเย็น เนื่องจากได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือพัดพาความแห้งแล้งและหนาวเย็นมาจากประเทศจีน และฤดูร้อนเริ่มตั้งแต่เดือนมีนาคมถึงกลางเดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่การโคจรของโลกรอบดวงอาทิตย์อยู่ในตำแหน่งที่ดวงอาทิตย์ส่องลงมาตั้งฉากกับบริเวณประเทศไทย โดยเฉพาะเดือนเมษายน นอกจากนี้ยังเป็นระยะเวลาที่บริเวณร่องความกดอากาศต่ำพาดผ่านประเทศไทย มีผลทำให้ได้รับอิทธิพลจากลมฝ่ายใต้พัดพาอากาศร้อนชื้นจากทะเลผ่านภาคกลางของประเทศสภาพอากาศจึงร้อนอบอ้าว จากข้อมูลที่บันทึกโดยกรมอุตุนิยมวิทยาที่อำเภอต่างๆ ที่อยู่บริเวณใกล้เคียงเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูสีฐาน วัดได้ดังนี้ อุณหภูมิเฉลี่ย 26.55 องศาเซลเซียส เดือนเมษายนมีค่าอุณหภูมิสูงสุดโดยเฉลี่ย 29.6 องศาเซลเซียส ส่วนอุณหภูมิต่ำสุดโดยเฉลี่ย 22.25 องศาเซลเซียส อยู่ในเดือนธันวาคม ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยต่อปี 1,364.71มิลลิเมตร ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยสูงสุดในเดือนสิงหาคม 306.35 มิลลิเมตร และต่ำสุดในเดือนมกราคมเฉลี่ย 2.01 มิลลิเมตร ความชื้นสัมพัทธ์เฉลี่ยสูงสุดในเดือน สิงหาคม 81.50 เปอร์เซ็นต์ และต่ำสุด 59.5 เปอร์เซ็นต์ ในเดือนมีนาคม
ธรณีวิทยา: พื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูสีฐานเป็นภูเขาในแนวเทือกเขาภูพาน ซึ่งมีสภาพทางธรณีวิทยาเป็นหินตะกอนน้ำจืด ประกอบด้วยหินทราย หินทรายแป้ง หินดินดาน หินกรวดมน จัดอยู่ในชุดหินโคราช (Khorat Group) โดยมีหมวดหิน ภูกระดึง (Phu Kradung Formation) หมวดหินพระวิหาร (Phra Wihan Formation) หมวดหินเสาขัว (Sou Khua Formation) อยู่ยุคจูแรสสิก (Jurassic Period) อายุประมาณ 190 - 130 ล้านปี และหมวดหินภูพาน (Pho Phan Formation) ในยุคครีเทเชียส (Cretaceous Period) อายุประมาณ 120 ล้านปี ทั้งนี้มักพบหินทรายหมวดภูพานในลักษณะเป็นลานหินบริเวณยอดราบของภูเขา ลานหินเหล่านี้มีอาณาบริเวณกว้างขวาง ปรากฏกระจายอยู่ทั่วพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูสีฐาน ลักษณะปฐพีวิทยาของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูสีฐาน มีความสอดคล้องกับลักษณะธรณีวิทยาที่เป็นหินต้นกำเนิดดิน เนื้อดินจึงเป็นดินทราย ดินปนกรวด และเนื่องจากโดยสภาพพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขามีความลาดชันมากกว่า 35% มีเศษหินกระจัดกระจาย และหินโผล่โดยทั่วไป จึงจัดอยู่ในกลุ่มดิน Slope Complex สภาพการ พังทลายรุนแรง

 
สภาพพื้นที่โดยทั่วไป
สภาพพื้นที่โดยทั่วไป

 
  • ข้อมูลด้านชีวภาพ
 
ทรัพยากรป่าไม้: พื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูสีฐานปกคลุมไปด้วยสังคมพืชป่าหลายชนิดสามารถจำแนกชนิดป่าออกอย่างกว้างๆได้ 4 ชนิด คือ ป่าเต็งรัง (Dry deciduous Forest, ป่าผสมผลัดใบหรือป่าเบญจพรรณ (Mix Deciduous Forest) ป่าดงดิบแล้ง (Dry Evergreen Forest) และทุ่งหญ้าไร่ร้าง (Savanna) ป่าเต็งรัง พบกระจายด้านตอนใต้พื้นที่ โดยเฉพาะบริเวณที่มีดินตื้น พรรณไม้ที่สำคัญได้แก่ เต็ง (Shorea obtusa) รัง (Shorea siamensis) เหียง (Dipterocarpus obtusifolius) พลวง (Dipterocarpus tuberculatus) ป่าผสมผลัดใบ นับเป็นสังคมพืชส่วนใหญ่ของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า พบเป็นบริเวณกว้างด้านตอนบนของพื้นที่ บริเวณห้วยตาเปอะ ภูเมย และภูสีฐานส่วนที่ถัดจากป่าดงดิบแล้งออกมา หรือบริเวณไหล่เขาหรือเชิงเขา หรือพื้นที่ที่มีความลาดชันต่ำ พรรณไม้สำคัญได้แก่ ประดู่ (Pterocarpus macrocarpus) มะค่าโมง (Afzelia xylocarpa) ตะแบก (Lagerstroemia spp.) ป่าดงดิบแล้ง เป็นสังคมพืชส่วนน้อย พบในบริเวณตอนกลางและตอนใต้ของพื้นที่บริเวณดงสีฐาน ภูบักเว และตามหุบเขาหรือห้วยต่างๆ มีพรรณไม้ที่ไม่ผลัดใบขึ้นผสมกับพรรณไม้ผลัดใบ พรรณไม้ที่สำคัญ ได้แก่ ตะเคียนทอง (Hopea odorota) กระบาก (Anisoptera costata) พลองใบเล็ก (Memecylon floribunda) ทุ่งหญ้า - ไร่ร้าง เกิดจากการแผ้วถางป่าเพื่อทำไร่ของราษฎรในยุคก่อนจัดตั้งเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูสีฐาน ซึ่งต่อมา ได้ละทิ้งไป หลังจากนั้นเกิดกระบวนการทดแทนตามธรรมชาติของพืชป่าเจริญเติบโตเป็นรุ่นที่สอง พบเป็นบริเวณกว้างทางด้านตอนบนของพื้นที่บริเวณลุ่มน้ำบางทรายตอนบน นอกจากนี้ยังพบเป็นแหล่งเล็กๆ ทางตะวันออกและด้านใต้ของพื้นที่ พรรณไม้ที่สำคัญได้แก่หญ้าคา (Imperata cylindrica) สาบเสือ (Eupatorium odoratum) โมกมัน (Writhtia tomentosa)เปล้าหลวง (Croton oblongifolius) ตารางแสดงประเภทป่าและการใช้ที่ดิน ประเภทป่า เนื้อที่ (ไร่) เปอร์เซ็นต์ ป่าดิบแล้ง ป่าผสมผลัดใบ ป่าเต็งรัง ทุ่งหญ้า ? ไร่ร้าง 14,062.5 85,937.5 40,625 15,625 9 55 26 10
ทรัพยากรสัตว์ป่า: ได้มีการสำรวจชนิดพันธุ์สัตว์ป่า 4 ประเภท ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูสีฐาน โดยฝ่ายจัดการสัตว์ป่าและทรัพยากรธรรมชาติ (2543) ได้แก่ สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม (mammals) นก (birds) สัตว์เลื้อยคลาน (reptiles) และสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก (amphibians) พบพันธุ์สัตว์ป่ารวม 233 ชนิด แยกออกเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม 20 วงศ์ 32 สกุล 41 ชนิด เช่น หมาจิ้งจอก (Canis aureus) ลิ่นพันธุ์มลายู (manis javanica) อีเห็นข้างลาย (Paradoxurus hermaphoditus) กระรอกบิน (Hylopetes spp.) สัตว์จำพวกนก พบ 48 วงศ์ 91 สกุล 127 ชนิด เช่น เหยี่ยวนกเขาชิครา (Accipiter badius) นกยางกรอกพันธุ์จีน (Ardeola bacchus) นกบั้งรอกใหญ่ (Phaenicophaeus tristis) นกปีกลายสก๊อต (Garrurus grandarius) นกขุนแผน (Urosissa erythorhincha) สัตว์เลื้อยคลานพบ 13 วงศ์ 34 สกุล 44 ชนิด เช่น ตะกอง (Physincthus cocincinus) ตะกวด ( Varanus bengalensis) กิ้งก่าบิน (Draco spp.) ตุ๊กแกเขาหินทราย (Gekko peticolus) งูทับสมิงคลา ( Bungarus candidus) สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกพบ 5 วงศ์ 11 สกุล 21 ชนิด เช่น เขียดตาโอด ( Rana nigrovittata ) อึ่งแม่หนาว ( Mycrohyla berdmorie) ปาดแดง ( Rhacophorus sp.) เป็นต้น ตารางแสดงชนิดสัตว์ป่า ชนิดสัตว์ป่า จำนวนชนิด สกุล (จำนวน) วงศ์ (จำนวน) นก สัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนม สัตว์เลื้อยคลาน สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก 127 41 44 21 91 32 34 11 48 20 13 5

  • ข้อมูลทั่วไป
 
ลักษณะของชุมชนในพื้นที่:
การคมนาคม: การเดินทางเข้าสู่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูสีฐาน โดยรถยนต์ มีความสะดวกรวดเร็วเนื่องจากมีเส้นทางอยู่โดยรอบหลายสาย ทั้งทางหลวงแผ่นดิน ทางหลวงจังหวัด และถนน รพช. ในส่วนของสำนักงานเขตฯ ตั้งอยู่ในบริเวณริมอ่างเก็บน้ำห้วยม่วง ตำบลหนองห้าง อำเภอกุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 600 กิโลเมตร ห่างจากตัวอำเภอกุฉินารายณ์ ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ 12 กิโลเมตร เดินทางไปตามทางหลวงจังหวัดหมายเลข 2042 สายกุฉินารายณ์-มุกดาหาร ระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายเข้าถนน รพช. หมายเลข กส.0415 สายโนนสวรรค์-โพนนาดี ถึงบ้านห้วยม่วงเลี้ยวขวา ตรงไปถึงที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูสีฐาน
ที่ตั้ง: สถานที่ตั้ง เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูสีฐานตั้งอยู่ระหว่างละติจูด 16 องศา 30 ลิปดา - 16 องศา 45 ลิปดา เหนือ และลองติจูดที่104 องศา 0.5 ลิปดา - 104 องศา 25 ลิปดา ตะวันออก ครอบคลุมป่าสงวนแห่งชาติป่าดงภูสีฐาน ป่าสงวนแห่งชาติป่าดงหมู แปลง 3 และป่าสงวนแห่งชาติป่าดงด่านแย้ เนื้อที่ 189,541 ไร่ อยู่ในพื้นที่ตำบลกกตูม ตำบลบ้ารค้อ อำเภอดงหลวง ตำบลบ้านเหล่า ตำบลน้ำเที่ยง ตำบลคำชะอี อำเภอคำชะอีตำบลโนนยาง อำเภอหนองสูง จังหวัดมุกดาหาร และตำบลสงเปลือย อำเภอเขาวง ตำบลหนองห้าง ตำบลกุดหว้า อำเภอกุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ โดยมีเนื้อที่ส่วนใหญ่คือ 128,125 ไร่ หรือ 205 ตารางกิโลเมตร อยู่ในจังหวัดมุกดาหาร ส่วน 28,125 ไร่ หรือ 45 ตารางกิโลเมตร อยู่ในเขตจังหวัดกาฬสินธุ์ อาณาเขตติดต่อ ทิศเหนือ จด อ่างเก็บน้ำห้วยไผ่ ตำบลกกตูม อำเภอดงหลวง ห้วยบางทราย ห้วยตาเปอะ ตำบลบ้านเหล่า อำเภอคำชะอี จังหวัดมุกดาหาร ทิศใต้ จด พื้นที่เกษตรกรรม ตำบลกุดหว้า อำเภอกุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดงภูสีฐาน ตำบลโนนยาง อำเภอหนองสูง และอ่างเก็บน้ำห้วยมุก ตำบลน้ำเที่ยง อำเภอคำชะอี จังหวัดมุกดาหาร ทิศตะวันออก จด พื้นที่เกษตรกรรมของราษฎรตำบลบ้านเหล่า อำเภอคำชะอี จังหวัดมุกดาหาร ทิศตะวันตก จด อ่างเก็บน้ำลำตะพะยังตอนบน ตำบลสงเปลือย อำเภอเขาวง และอ่างเก็บน้ำห้วยม่วง ตำบลหนองห้าง อำเภอกุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์
สถานที่ติดต่อ: เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูสีฐาน ตู้ ปณ. 2 อ. กุฉินารายณ์ จ. กาฬสินธุ์ 46110
ข้อมูลเพิ่มเติม:
หมายเหตุ:

 สภาพแวดล้อมบริเวณ38. เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูสีฐาน
สภาพพื้นที่โดยทั่วไป
สภาพพื้นที่โดยทั่วไป
สภาพพื้นที่โดยทั่วไป
สภาพพื้นที่โดยทั่วไป

 





Copyrights 2006 :: กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ::