08. เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่น้ำภาชี
ภาชี0.jpg
08. เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่น้ำภาชี

ประวัติความเป็นมา:
เนื่องจากป่าแม่น้ำภาชีในท้องที่ตำบลสวนผึ้ง ตำบลป่าหวาย และตำบลบ้านบึง กิ่งอำเภอสวนผึ้ง อำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี เนื้อที่ประมาณ 489.31 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 305,820 ไร่ มีลักษณะภูมิประเทศเป็นเทือกเขาสลับ ซับซ้อน สภาพป่าเป็นป่าต้นน้ำลำธาร มีสภาพเป็นป่าดงดิบ ป่าเบญจพรรณ และ ทุ่งหญ้า มีแหล่งน้ำและแหล่งอาหารของสัตว์ป่า อยู่อย่างอุดมสมบูรณ์ และมีสัตว์ป่าหลายชนิดอาศัยอยู่อย่างชุกชุม เช่น ช้าง กระทิง เลียงผา กวาง อีเก้ง หมี เสือ ลิง ค่าง ชะนี นก และสัตว์เลื้อยคลานชนิดต่างๆ ฉะนั้นเพื่อ ให้เป็นที่อยู่ของสัตว์ป่าโดยปลอดภัยและรักษาไว้ซึ่งพันธุ์สัตว์ป่า รวมทั้งเป็นการช่วยป้องกันรักษาต้นน้ำลำธารและป่าไม้ ตลอดจนสภาพสิ่งแวดล้อมตามธรรมชาติ ที่มีอยู่ในพื้นที่แห่งนี้ให้คงอยู่ตลอดไป สมควรกำหนดบริเวณดังกล่าวให้เป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2503 เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่น้ำภาชี ได้รับการจัดตั้งโดยตราพระราชกฤษีกาขึ้น เรียกว่า "พระราชกฤษฎีกากำหนดบริเวณที่ดินป่าแม่น้ำภาชี " ในท้องที่ตำบลสวนผึ้ง ตำบลป่าหวาย กิ่งอำเภอสวนผึ้ง อำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี ให้เป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่น้ำภาชี เมื่อ พ.ศ. 2521 โดยลงในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 95 ตอน 76 ลงวันที่ 1 สิงหาคม 2521

ประกาศในราชกิจจานุเบกษา:1/8/2521[95/76]
  • ข้อมูลด้านกายภาพ:
 
พื้นที่: 305820  ไร่
ภูมิประเทศ: ภูมิประเทศประกอบไปด้วย ภูเขาสูงสลับซับซ้อนมียอดเขาที่สูงที่สุดคือ เขาพุน้ำร้อน สูงประมาณ 1,062 เมตร รองลงมาคือ ยอดเขาใหญ่ สูงประมาณ 1,055 เมตร เขาจมูก สูงประมาณ 955 เมตร มีพื้นที่ราบน้อยมาก ส่วนใหญ่เป็นที่ราบแคบๆ ตามลำห้วยใหญ่เป็นพื้นที่ป่าที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ และให้คุณค่าทางระบบนิเวศ เป็นแห่ลงกำเนิดแม่น้ำภาชี มีห้วยต้องกินเจ้า ห้วยพุระกำ แม่น้ำภาชีทางด้านตะวันตกของพื้นที่ ยังเป็นแหล่งกำเนิด ห้วยน้ำพุร้อน ห้วยสวนพลู ห้วยจารุณีย์ ห้วยลำบัวทอง ห้วยน้ำใส ไหลลงห้วยท่าเคย ในท้องที่ตำบลบ้านบึง ตำบลบ้านคา ตำบลท่าเคน ไหลลงรวมแม่น้ำภาชีที่ตำบลสวนผึ้ง ไหลออกสู่แม่น้ำแควใหญ่ที่จังหวัดกาญจนบุรี ออกสู่แม่น้ำกลองจังหวัดราชบุรี
ภูมิอากาศ: เป็นบริเวณที่มีปริมาณน้ำฝนอยู่ในเกณฑ์ต่ำ เพราะอยู่ในเขตเงาฝนมีปริมาณน้ำฝนรวมทั้งปีเพียง 246.3 มิลลิเมตร สำหรับการกระจายของปริมาณน้ำฝนเป็นรายเดือน มีปริมาณน้ำฝนมากที่สุด คือเดือนตุลาคม รองลงมาคือ เดือนกันยายน และเดือนพฤศจิกายน
ธรณีวิทยา: ลักษณะทางธรณีวิทยา ในภาพรวมแล้วพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่น้ำภาชี จะรองรับด้วยหินแกรนิต ทั้งหมดที่ดันแทรกตัวขึ้นมาในหินเดิม ซึ่งเป็นหินชั้น หินดินดาน และหินทราย และในขั้นตอนสุดท้ายของการดันแทรกตัวขึ้นมา จะมีน้ำร้อนขึ้นมาด้วย นำพาเอาแร่ดีบุกมาสะสมตัวกันตามสายแร่ ?คลอรีน? ซึ่งเมื่อหินผุพัง แร่ดีบุกเหล่านี้ก็จะหลุดออกมาไหลมาสะสมตัวกันเป็นแหล่งแร่ตามสันห้วยหรือตรงบริเวณที่ลำห้วยขยายกว้างออกไป ลักษณะทางปฐพีวิทยา ในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่น้ำภาชี มีสภาพของดินแบ่งออกได้เป็น 3 พวก คือ 1. ดินที่เกิดจากการผุพังของหินและอยู่กับที่นั้นซึ่งอาจแบ่งออกได้เป็น 2 พวก คือ พวกที่ผุพังออกมาเป็นเนื้อดิน ชั้นดินจะมีความหนาแน่นค่อนข้างมากและพอเพียงต่อการเจริญเติบโตของต้นไม้ใหญ่และ ไม้ยืนต้นต่างๆ สภาพดินมีความเป็นกรดและเป็นด่างปานกลาง ความสามารถในการอุ้มน้ำของชั้นดินค่อนข้างดี สภาพป่าจึงค่อนข้างจะมีความสมบูรณ์สูงมีพรรณไม้นานาชนิดขึ้นอยู่อย่างหนาแน่น ส่วนพวกที่ผุพังออกมาในลักษณะการแตกสลายเม็ดแร่ประกอบหิน ชั้นดินมีความหนาแน่นค่อนข้างน้อย ความสามารถในการอุ้มน้ำของชั้นดินค่อนข้างต่ำ ไม้ใหญ่และไม้ยืนต้นจึงไม่ค่อยมี ส่วนมากจะเป็นไผ่รวก 2. ดินที่เกิดจากการผุพังของหินและไหลเลื่อนลงมาสะสมตัวอยู่บริเวณเชิงเขา ความหนาของชั้นดินจะมีมากและดินมีความชุ่มชื้นสูง จึงมักพบป่าดิบแล้งที่มีความชื้นสูง มีไม้พวกมี เง้า หัว เช่น กระชาย 3. หากเป็นดินที่เกิดจากการผุพังมาจาก หินชั้น หินทราย หรือหินคอร์ด สภาพดินค่อนข้างเป็นกรด ดินอุ้มน้ำไม่ค่อยดี เนื่องจากน้ำสามารถไหลผ่านได้สะดวก สภาพป่าโปร่งไม้ไม่ใหญ่และเป็นพวกที่มีเปลือกหนา หากอยู่ในที่ราบก็มักจะเป็นพวกป่าเต็งรัง

 


 
  • ข้อมูลด้านชีวภาพ
 
ทรัพยากรป่าไม้: ด้วยลักษณะภูมิประเทศของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่น้ำภาชี เป็นภูเขาสูงสลับซับซ้อน ช่วงชั้นความสูงจากระดับน้ำทะเล ตั้งแต่ 200 ? 1,062 เมตร ทำให้เกิดชนิดป่าหลายชนิดกระจายอยู่บนพื้นที่ที่มีความสูงต่างๆ กัน ประกอบด้วยป่า 4 ประเภทคือ 1. ป่าดิบชื้น (Evergreen Forest) ครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมด 27,523.8 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 9 ของพื้นที่ โดยมีการกระจายอยู่ทางตอนใต้และตะวันตกของพื้นที่และบริเวณลำห้วยสายใหญ่ๆ กระจายอยู่ในหลายระดับความสูง เช่น บริเวณ ลำห้วยพุน้ำร้อย ห้วยต้องกินเจ้า ห้วยพุระกำ และหุบเขาจมูก เป็นต้น สภาพโดยทั่วไปของพื้นที่จะรกทึบ ประกอบไปด้วย ไม้ยืนต้น ไม้พุ่ม หวายและเถาวัลย์ชนิดต่างๆ เป็นไม้ที่เป็นดัชนีสำคัญ ได้แก่ ตะเคียนทอง กระบาก หว้า กระทุ่มน้ำ นอกจากนี้ยังพบกล้วยไม้และเฟิร์นอีกหลายชนิด เช่น ชายผ้าสีดา 2. ป่าดิบแล้ง (Dry Evergreen Forest) ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 204,899.4 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 67 ของพื้นที่ พบกระจายอยู่ทางตอนกลางและตอนใต้ของพื้นที่ ซึ่งปกคลุมพื้นที่มากที่สุด ลักษณะภูมิประเทศที่พบการกระจายตัวของป่าประเภทนี้ ได้แก่ สันเขา หุบเขา และบริเวณลำห้วยที่มีน้ำเฉพาะในช่วงฤดูฝน ในช่วงหน้าแล้งจะมีไฟป่าเกิดขึ้นในบางแห่ง องค์ประกอบของพันธุ์ไม้เรือนยอดที่เด่น ได้แก่ สมพง ยางนา กร่าง ข่อยหนาม ตาเสือ ฯลฯ ส่วนไม้ชั้นรองและไม้พุ่มที่ปรากฏในป่าชนิดนี้ ได้แก่ มะปริง พลองขาว มะเดื่อปล้อง มีกล้วยป่า เฟิร์นและหวาย กระโถนฤาษี ขนุนดิน เป็นไม้พื้นล่าง 3. ป่าเบญจพรรณ (Deciduous Forest) ครอบคลุมพื้นที่ 55,047.6 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 18 ของพื้นที่ พบตอนเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือของพื้นที่ ลักษณะเด่นที่ปรากฏในป่าชนิดคือป่าโปร่งประกอบด้วยไม้ขนาดกลางจำนวนมาก การผลัดใบของพันธุ์ไม้ที่ขึ้นอยู่ในป่าชนิดนี้ก็เพื่อลดอัตราการคายน้ำในช่วงปริมาณความชุ่มชื้นในดินมีน้อย พันธุ์ไม้จะเริ่มทิ้งใบช่วงปลายเดือนธันวาคมและจะค่อยๆ ผลิใบใหม่ในช่วงเดือนเมษายนของทุกปี ป่าชนิดนี้มักจะมีไฟป่าเกิดขึ้นในช่วงฤดูแล้งเพราะมีไผ่อยู่มาก พันธุ์ไม้ที่สำคัญ ได้แก่ ตะแบก เสลา ประดู่ มะค่าโมง ขี้อาย แดง เก็ดดำ ฯลฯ ส่วนไม้พื้นล่างประกอบด้วย สาบเสือ หญ้า เถาวัลย์ต่างๆ และไม้ไผ่ชนิดต่างๆ เช่น ไผ่รวก ไผ่ป่า ไผ่บง 4. ป่าเต็งรัง (Deciduous Dipterocarp Forest) ครอบคลุมพื้นที่ 18,349.2 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 6 ของพื้นที่ ป่าชนิดนี้จะพบทางตอนเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือ โดยอยู่ถัดจากป่าเบญจพรรณออกมา ดินจะมีลักษณะเป็นทรายและลูกรัง ลักษณะโครงสร้างของป่าชนิดนี้จะเป็นป่าโปร่ง มีต้นไม้ขนาดเล็กและขนาดกลางกระจายอยู่ทั่วไป และมีหญ้าชนิดต่างๆ กระจายอยู่ทั่วไปเช่นกัน ไม้เด่นขององค์ประกอบโครงสร้างของป่าชนิดนี้ได้แก่ ไม้เต็ง รัง เหียง พลวง กว้าว พะยอม ส่วนไม้วงศ์อื่นๆ ที่พบ เช่น มะขามป้อม รักเขา ไข่เต่าตะแบกแดง เป็นต้น
ทรัพยากรสัตว์ป่า: สัตว์ป่าสงวนที่หายาก เช่น สมเสร็จ เก้งหม้อ ส่วนใหญ่พบบริเวณตอนล่างพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่น้ำภาชี เลียงผา พบในบริเวณภูเขาสูงชันทั่วไปของพื้นที่เขตฯ เช่น เขาพุน้ำร้อน เขาจารุณีย์ เขาลำบัวทอง สัตว์อื่นๆ ที่สำคัญได้แก่ กระทิง หมี วัวแดง ส่วนใหญ่อยู่บริเวณป่าดิบแล้งตอนล่างของเขตฯ เสือ เก้ง กวาง และสัตว์เล็กๆ พบกระจายทั่วไปของพื้นที่ โดยแยกเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม 93 ชนิด สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก 11 ชนิด สัตว์เลื้อยคลาน 31 ชนิด และปลา 21 ชนิด สำหรับ นก ที่สำคัญอยู่ในพื้นที่เขตฯ บริเวณตอนกลางและตอนล่าง ที่มีพื้นที่ป่าอุดมสมบูรณ์ สามารถพบเห็นนกได้หลายชนิด เช่น นกแก้ว นกแกง นกกาฮัง นกเงือกกรามช้าง นกเงือกกรามช้างปากเรียบ นกเงือกสีน้ำตาล นกแซวสวรรค์ นกแก๊ก พบในบริเวณ ลำห้วยสวนพลู ลำห้วยพุน้ำร้อน นกจาบคาเคราสีน้ำเงิน นกจาบคาเคราแดง พบในบริเวณเขตฯ และหลังสำนักงานเขตฯ และนกชนิดอื่นๆ รวมทั้งสิ้นจำนวน 186 ชนิด ( สำรวจเริ่มจากปี 2539-2540 )

  • ข้อมูลทั่วไป
 
ลักษณะของชุมชนในพื้นที่: ไม่มีการอนุญาตให้ใช้ประโยชน์ที่ดินใดๆ ในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่น้ำภาชี
การคมนาคม: การเดินทางเข้าสู่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่น้ำภาชี จากจังหวัดราชบุรี ถึงอำเภอจอมบึง ระยะทาง 30 กิโลเมตร จากอำเภอจอมบึงถึงชัฏป่าหวาย ระยะทาง 19 กิโลเมตร และเดินทางต่อจากชัฏป่าหวาย ถึงทางแยกบ้านโป่งกระทิงล่าง ระยะทาง 27 กิโลเมตร จากบ้านโป่งกระทิงแยกเข้าที่ทำการเขตฯ ระยะทาง 8 กิโลเมตร รวมระยะทางจากจังหวัดราชบุรี ถึงที่ทำการเขตฯ 84 กิโลเมตร
ที่ตั้ง: สถานที่ตั้ง เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่น้ำภาชี ตั้งอยู่ในแนวเส้นรุ้งประมาณ 13 องศา 8 ลิปดา ถึง 13 องศา 27 ลิปดาเหนือ และเส้นแวงที่ 99 องศา 10 ลิปดา 12 ฟิลิปดา ถึง 99 องศา 25 ลิปดาตะวันออก มีเนื้อที่ทั้งหมด 489.31 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 305,820 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ ตำบลบ้านบึง ตำบลบ้านคา กิ่งอำเภอบ้านคา และตำบลท่าเคน ตำบลสวนผึ้ง ตำบลตะนาวศรี อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี อาณาเขตติดต่อ ทิศเหนือ จดป่าสงวนแห่งชาติฝั่งซ้ายแม่น้ำภาชี ท้องที่ตำบลตะนาวศรี อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี ทิศใต้ จดอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ท้องที่ตำบลยางน้ำกลัดใต้ อำเภอหนองหญ้าปล้อง จังหวัดเพชรบุรี ทิศตะวันตก จดชายแดนประเทศเมียนมาร์ ท้องที่ตำบลบ้านบึง กิ่งอำเภอบ้านคา และตำบลตะนาวศรี อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี ทิศตะวันออก จดป่าสงวนแห่งชาติฝั่งซ้ายแม่น้ำภาชี ท้องที่ตำบลบ้านคา ตำบลบ้านบึง กิ่งอำเภอบ้านคา จังหวัดราชบุรี
สถานที่ติดต่อ: 58 หมู่ 7 ตำบลท่าเคน อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี
ข้อมูลเพิ่มเติม:

พระราชกฤษฎีกากำหนดเขตรักษาธุ์สัตว์ป่าแม่น้ำภาชี
หมายเหตุ:

 สภาพแวดล้อมบริเวณ08. เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่น้ำภาชี



 





Copyrights 2006 :: กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ::