06. เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน
อ่างฤาไน01.jpg
06. เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน

ประวัติความเป็นมา:
เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน เป็นส่วนหนึ่งของป่าสงวนแห่งชาติป่าแควระบม - สียัด ซึ่งอยู่ในจังหวัดฉะเชิงเทรา ติดกับบริเวณรอยต่อของจังหวัดปราจีนบุรี (ปัจจุบันจังหวัดสระแก้ว) จังหวัดจันทบุรี จังหวัดระยอง และจังหวัดชลบุรี ประกาศตามพระราชกฤษฎีกากำหนดให้เป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน เมื่อ พ.ศ. 2520 รวมเนื้อที่ 67,562.5 ไร่ ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเล่มที่ 94 ตอนที่ 95 ลงวันที่ 11 ตุลาคม 2520 มีหน่วยพิทักษ์ป่า 4 หน่วย ทั้งนี้ เพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่าไม่ให้ถูกทำลายเพิ่มขึ้นและหมดไป เพราะการเพิ่มของพลเมืองที่ต้องการพื้นที่เพื่อทำกินcละเก็งกำไร และเพื่อผลประโยชน์ต่างๆ ของตนเองโดยไม่คำนึงถึงผลเสียหายต่อส่วนรวมที่รุนแรงกว่าทั้งทางตรงและทางอ้อม ดังนั้น เพื่อรักษาป่าที่ยังอุดมสมบูรณ์ทั้งทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่า และแหล่งต้นน้ำลำธารของรอยต่อ 5 จังหวัด โครงการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่า ในพื้นที่รอยต่อ 5 จังหวัด จึงได้ดำเนินการให้รัฐบาลประกาศพระราชกฤษฎีกาขยายพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เขาอ่างฤาไน เพิ่มอีก 5 แสนกว่าไร่ รวมเป็น 643,750 ไร่ เมื่อปี พ.ศ. 2535 โดยผนวกพื้นที่รอยต่อของจังหวัดสระแก้ว จังหวัดจันทบุรี จังหวัดระยอง และจังหวัดชลบุรี บางส่วนเข้ามาร่วมอยู่ด้วยและพื้นที่ดังกล่าวเดิมเป็นป่าสงวนแห่งชาติของจังหวัดนั้นๆ ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเล่มที่ 109 ตอนที่ 126 ลงวันที่ 30 ธันวาคม 2535 ปัจจุบัน เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน มีหน่วยพิทักษ์ป่าอยู่ทั้งหมด 16 หน่วยฯ ถาวร กับอีก 2 หน่วยฯ ชั่วคราว มีหน่วยงานอื่นของกรมป่าไม้อยู่ในพื้นที่ คือ สวนพฤกษศาสตร์ 100 ปี กรมป่าไม้ สถานีวิจัยสัตว์ป่าฉะเชิงเทรา ( ศูนย์วิจัยสัตว์ป่าภูไท) หน่วยจัดการต้นน้ำ 6 หน่วย และสถานีควบคุมไฟป่าภาคกลางที่ 3 ฉะเชิงเทรา (หน่วยควบคุมไฟป่าภูไท)

ประกาศในราชกิจจานุเบกษา:11/10/2520[94/95]
  • ข้อมูลด้านกายภาพ:
 
พื้นที่: 67562  ไร่
ภูมิประเทศ: พื้นที่ตอนบนและตอนกลางของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน ส่วนใหญ่เป็นที่ราบลูกฟูก มีความลาดชันปานกลาง จึงเป็นบริเวณที่ราษฎรบุกรุกแผ้วถางและถือครองที่ดินกันมากก่อนที่จะมีการอพยพออกจากพื้นที่ ส่วนพื้นที่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ และทิศตะวันออกเฉียงใต้เป็นภูเขาสูง ความสูงของพื้นที่จากระดับน้ำทะเลปานกลางตั้งแต่ 30 - 802 เมตร ยอดเขาสูงสุดอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเขตฯ คือ เขาสิบห้าชั้น มีความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 802 เมตร พื้นที่ทางตอนใต้เป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาบรรทัด และเทือกเขาจันทบุรี ประกอบด้วยภูเขาที่มีความลาดชันต่อเนื่องกัน เช่น เขาอ่างฤาไน เขาใหญ่ เขาชะมูนและเขาชะอม เป็นต้น ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด เป็นที่เกิดของลำห้วยและลำธารที่สำคัญหลายสาย ไหลลงสู่แม่น้ำสำคัญๆ คือ แควระบม - สียัด ที่ไหลไปรวมกับแม่น้ำบางประกง ที่อำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา คลองลำพระเพลิงใหญ่ คลองพระสะทึง จากเขาสิบห้าชั้น ไหลไปรวมกับแม่น้ำปราจีนบุรี คลองตะโหนด ไหลลงสู่อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี และคลองประแสร์ที่ต้นน้ำมาจากเทือกเขาใหญ่ ไหลผ่านอำเภอบ่อทอง จังหวัดชลบุรี ออกสู่ทะเลที่จังหวัดระยอง เป็นต้น
ภูมิอากาศ: พื้นที่ภาคตะวันออกของประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณป่ารอยต่อ 5 จังหวัด เป็นพื้นที่ที่มีร่องมรสุมพาดผ่าน ฝนตกค่อนข้างชุกและเนื่องจากมีเทือกเขาบรรทัดและเทือกเขาจันทบุรี ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของพื้นที่ จึงทำให้พื้นที่บริเวณดังกล่าวมีฝนตกมากกว่าทางตอนเหนือ นอกจากอิทธิพลของลมมรสุมที่พัดผ่านแล้วยังได้รับอิทธิพลจากทะเล ลักษณะของภูมิอากาศจึงมีทั้งแบบสะวันนาทางตอนบนของพื้นที่และแบบมรสุมเขตร้อนทางตอนล่างของพื้นที่ ด้วยเหตุของภูมิอากาศที่แตกต่างกันของพื้นที่โดยรอบผืนป่าของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน ดังนั้น จึงเป็นปัจจัยที่ก่อให้เกิดความหลากหลายของสังคมพืชและสังคมสัตว์ในพื้นที่ค่อนข้างมาก โดยเฉพาะสังคมพืชนั้นมีการกระจายของพรรณพืชจาก 2 ภูมิภาคด้วยกัน คือ ภูมิภาคอินโดจีน (Indo-China) และภูมิภาคอินโดมาลายา (Indo-Malaya)
ธรณีวิทยา: พื้นที่ตอนใต้ของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน เป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาบรรทัดและเทือกเขาจันทบุรี ซึ่งเกิดจากการดันตัวของหินอัคนีชนิดเย็นตัวภายใน

 
ฝูงช้างในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน
ฝูงช้างในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน

 
  • ข้อมูลด้านชีวภาพ
 
ทรัพยากรป่าไม้: ป่าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของป่าภาคตะวันออกหรือป่ารอยต่อ 5 จังหวัด เป็นป่าลุ่มต่ำที่ไม่ผลัดใบที่อยู่ใกล้กรุงเทพฯ ที่สุดและเป็นป่าพื้นที่รอยเชื่อมต่อ (transitionzone) ระหว่างระบบนิเวศภาคกลางกับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีความหลากหลายทางชีวภาพ (biodiversity) อย่างมาก ป่าดงดิบส่วนใหญ่เป็นป่าดงดิบแล้ง มีเพียงเล็กน้อยที่เป็นป่าดงดิบชื้น ป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง และทุ่งหญ้ากับไร่ร้าง แบ่งเป็นข้อๆ ได้ดังนี้ สังคมพืชป่าดงดิบแล้ง [ Dry Evergreen forest ] ป่าดงดิบแล้ง เป็นสังคมป่าที่ขึ้นปกคลุมพื้นที่ของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไนเกือบทั้งหมด ยกเว้นพื้นที่ตามสันเขาหรือในบริเวณที่มีดินตื้นจะมีสังคมพืชชนิดอื่นขึ้นแทรกอยู่เป็นหย่อมๆ ลักษณะโครงสร้างทางด้านตั้งของป่าดงดิบแล้ง สามารถแบ่งได้ 3 ชั้นเรือนยอด ด้วยกันคือ ไม้ชั้นบนมีความสูง 20 - 40 เมตร พรรณไม้ที่สำคัญได้แก่ ตะแบกแดง กระบก ยางแดง สมพง ตะเคียนทอง ปออีเก้ง เป็นต้น จะขึ้นอยู่เป็นกลุ่มๆ ตามริมลำธารหรือริมห้วย ไม้ชั้นรองมีความสูง 15 - 25 เมตร พรรณไม้ที่สำคัญได้แก่ ค้างคาว ลำป้าง กระท้อน เฉียงพร้านางแอ ตาเสือ คอแลน. เป็นต้น ไม้ชั้นล่างมีความสูง 6 - 15 เมตร พรรณไม้ที่สำคัญ ได้แก่ แก้ว ตังตาบอด นางดำ ลำบิด จันทน์ชะมด สั่งทำ กะโมกเขา ว่านช้างร้อง เป็นต้น สังคมป่าผสมผลัดใบ [ Mixed Deciduous Forest ] สังคมพืชชนิดนี้ มีลักษณะเรือนยอดโปร่ง พื้นป่าไม่รกทึบและในฤดูแล้งพรรณไม้จะผลัดใบการกระจายในสังคมป่าผลัดใบในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไนขึ้นปกคลุมอยู่น้อย โดยกระจายอยู่ตามสันเขาหินปูน หรือบริเวณที่มีดินตื้นหรือบริเวณที่มีไฟป่าเกิดขึ้นเป็นประจำ เช่น บริเวณรอบๆ หนองปรือหรือขึ้นแทรกตัวอยู่เป็นหย่อมๆ ล้อมรอบด้วยป่าดงดิบแล้งลักษณะโครงสร้างทางด้านตั้งของป่าชนิดนี้สามารถแบ่งได้เป็น 3 ชั้นเรือนยอดด้วยกันคือ ไม้เรือนยอดชั้นบนมีความสูง 25 -30 เมตร ไม้เด่นในชั้นนี้ได้แก่ ประดู่ งิ้วป่า กางขี้มอด ตะคร้อ สมอภิเภก เป็นต้น ไม้เรือนยอดชั้นรองมีความสูง 10 - 25 เมตร พรรณไม้ในชั้นนี้ ได้แก่ ตีนนก ขี้อ้าย ติ้วแดง แคหัวหมู หอมไกลดง รักขาว มะกอกป่า เป็นต้น ไม้ชั้นล่างมีความสูง 5 - 10 เมตร พรรณไม้ในชั้นนี้ได้แก่ หมีเหม็น เม่าไข่ปลา โมกมัน มะกา มะกวม กระมอบ เคล็ดหนู เป็นต้น พื้นที่เกษตรกรรมและไร่ร้าง [ Old Farmland and Shifting cultivation areas ] เกิดจากการบุกรุกพื้นที่โดยราษฎรหลังจากการให้สัมปทานทำไม้และการตัดถนนผ่านพื้นที่แล้ว ต่อมาใน ปี พ.ศ. 2531 - 2532 ทางกรมป่าไม้และในส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ได้ดำเนินการอพยพราษฎรที่เข้าไปบุกรุกพื้นป่าที่เป็นเขตรักษาพันธุ์-สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไนปัจจุบันออกจากพื้นที่ดังกล่าว ทำให้พื้นที่เกษตรกรรมต่างๆ ก็ถูกปล่อยทิ้งร้างไว้เพื่อรอให้สังคมพืชฟื้นตัวทดแทนต่อไป พรรณพืชเด่นที่ขึ้นปกคลุมพื้นที่มีสองกลุ่มด้วยกัน คือ กลุ่มพืชใบกว้าง จะขึ้นอยู่เป็นพื้นที่แคบๆ ตามรอยต่อระหว่างพื้นที่เกษตรกรรมกับป่าที่สมบูรณ์ พรรณพืชเด่นที่พบได้แก่ สาบเสือ พังแหรใหญ่ ปอฝ้าย อะราง และกระทุ่ม เป็นต้น ขึ้นปะปนกับลูกไม้ยืนต้น กลุ่มพืชใบแคบ ส่วนใหญ่จะกระจายอยู่เป็นบริเวณกว้าง พรรณพืชเด่นได้แก่ อ้อ หญ้าคา หญ้าพง หญ้าขจรจบ ฯลฯ และมีลูกไม้ยืนต้นปะปน ป่าตามสันเขาหินปูน [ Limestone outcrops ] ขึ้นกระจายอยู่เป็นแนวตามสันเขาหินปูนอยู่ทางตอนใต้ของพื้นที่ ส่วนใหญ่จะเป็นไม้พุ่มหรือไม้ยืนต้นที่แคระแกรน พรรณไม้ที่พบได้แก่ ปอฝ้าย ตีนนก ทองหลางป่า มะนาวผี จันทน์ผา เป็นต้น
ทรัพยากรสัตว์ป่า: จาการสำรวจสัตว์ป่าจากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน แบ่งเป็นประเภทๆ ได้ดังนี้ สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม [ Mammal ] พบรวมทั้งหมด 64 ชนิด จาก 50 สกุล ใน 23 วงศ์ สัตว์ที่พบเห็นส่วนใหญ่เป็นสัตว์ขนาดเล็กและขนาดกลาง ได้แก่ พญากระรอกดำ กระรอกหลากสี ชะนีมงกุฏ อีเก้ง เป็นต้น ในขณะที่สัตว์ขนาดใหญ่ เช่น ช้างและกระทิง ส่วนใหญ่จะพบเฉพาะร่องรอยเท่านั้นและมักพบในพื้นที่ตอนในของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เนื่องจากบริเวณขอบด้านนอกรายล้อมด้วยหมู่บ้าน พื้นที่เกษตรกรรมซึ่งมากด้วยกิจกรรมมนุษย์ด้านต่างๆ แต่อย่างไรก็ตามปัจจุบันนี้ ปรากฎว่ามีฝูงกระทิงและวัวแดงออกมากินยอดมันสำปะหลังตามริมไร่ที่ติดกับป่ามากขึ้น นก [ Bird ] สามารถพบได้ตลอดเวลาทั่วพื้นที่ประกอบด้วยนก 246 ชนิด 160 สกุลใน 64 วงศ์ ส่วนใหญ่เป็นชนิดนกที่เลือกใช้ถิ่นที่อาศัยในรูปแบบของป่าและสภาพสิ่งแวดล้อมตามธรรมชาติ ชนิดนกป่าที่พบในพื้นที่ เช่น นกกาฮังหรือนกเงือกใหญ่ นกเงือกกรามช้าง ไก่ฟ้าพญาลอ นกแต้วแล้วธรรมดา นกกระติ๊ดขี้หมู นกเขาใหญ่ นกปรอดสวน นกเอี้ยงสาริกา และเหยี่ยวขาว เป็นต้น สัตว์เลื้อยคลาน [ Reptile ] พบในพื้นที่รวม 53 ชนิด 40 สกุลใน 16 วงศ์ สัตว์ที่พบได้แก่ งูเขียวหัวบอนหรืองูง่วงกลางดง จิ้งเหลนภูเขาเกล็ดเรียบ จิ้งเหลนหลากลาย ตะกวด และงูสายม่านเกล็ดใต้ตาใหญ่ เป็นต้น นอกจากนี้ยังพบจรเข้น้ำจืดและตะกองหรือตัวลั้ง สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก [ Amphibian ] พบทั้งหมด 18 ชนิด 9 สกุลใน 5 วงศ์ สัตว์ที่พบได้แก่ เขียดหลังปุ่มที่ราบ เขียดตะปาด เขียดจิก กบหนอง อึ่งอ่างบ้าน และอึ่งอ่างแม่หนาว เป็นต้น ปลาน้ำจืด [ Fresh-Water Fish ] ชนิดปลาที่พบไม่น้อยกว่า 23 ชนิดจาก 18 สกุลใน 13 วงศ์ ปลาที่พบได้แก่ ปลาแก้มช้ำ ปลาซิวควาย ปลาเนื้ออ่อน ปลาช่อน ปลากระดี่ ปลาหลด เป็นต้น แมลง [ Insect ] แมลงถือเป็นสัตว์ที่มีจำนวนและชนิดมากที่สุด จากการที่ป่าไม้ได้ถูกทำลายลงอย่างรวดเร็ว ทำให้แมลงรวมถึงไข่ของแมลงด้วย จากเหตุนี้จึงมีการรวมแมลงและไข่ของแมลงไว้เป็นสัตว์ป่า นอกจากนี้ยังได้ประกาศแมลงที่หายากเป็นสัตว์ป่า คุ้มครองอีกด้วย ได้แก่ ผีเสื้อภูฐาน สกุลผีเสื้อไกเซอร์ สกุลผีเสื้อถุงทอง สกุลผีเสื้อนางพญา ผีเสื้อรักแร้ขาว ผีเสื้อหางติ่งสะพายเขียว สกุลผีเสื้อหางดาบตาลไหม้ ด้วงดินปีกแผ่น สกุลด้วงดินขอบทองแดง สกุลด้วงคีมยีราฟ และสกุลกว่างดาว เป็นต้น แมลงในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน สามารถพบเห็นได้ในทุกๆ ที่ โดยเฉพาะในฤดูฝน แมลงที่พบมีจำนวน 106 ชนิด จาก 76 สกุลใน 12 วงศ์ กลุ่มที่พบเห็นได้บ่อย ได้แก่ ผีเสื้อติ่งฉะอ้อน ผีเสื้อสะพายฟ้า ผีเสื้อหางติ่งแววมยุรา ผีเสื้อช่างร่อน ผีเสื้อหางติ่งนางระเวง ผีเสื้อโยม่า ผีเสื้อโคคิโน ผีเสื้อเจ้าป่า กว่างสามเขาเมืองจันทน์ เป็นต้น

  • ข้อมูลทั่วไป
 
ลักษณะของชุมชนในพื้นที่: สถานที่ตั้ง เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน ตั้งอยู่ระหว่างเส้นแวงที่ 101 องศา 35 ลิปดา ถึง 102 องศา 05 ลิปดาตะวันออก และเส้นรุ้งที่ 13 องศา ถึง 13 องศา 30 ลิปดาเหนือ มีพื้นที่รวม 643,750 ไร่ ตั้งอยู่ในพื้นที่รอยต่อ 5 จังหวัด ภาคตะวันออก อันได้แก่ จังหวัดฉะเชิงเทรา จังหวัดสระแก้ว จังหวัดจันทบุรี จังหวัดระยอง และจังหวัดชลบุรี อาณาเขตติดต่อ ทิศเหนือ อยู่ในท้องที่อำเภอท่าตะเกียบ และอำเภอสนามชัยเขต จังหวัดฉะเชิงเทรา และอำเภอวังน้ำเย็น จังหวัดสระแก้ว ทิศใต้ อยู่ในท้องที่กิ่งอำเภอเขาชะเมา จังหวัดระยอง และอำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี ทางตอนใต้ของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน ติดต่อกับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว และอุทยานแห่งชาติเขาชะเมา-เขาวง ทิศตะวันออก อยู่ในท้องที่อำเภอวังน้ำเย็นและกิ่งอำเภอวังสมบูรณ์ จังหวัดสระแก้ว ทิศตะวันตก อยู่ในท้องที่อำเภอท่าตะเกียบ จังหวัดฉะเชิงเทรา และอำเภอบ่อทอง จังหวัดชลบุรี
การคมนาคม: โดยรถยนต์ / รถไฟ จากกรุงเทพถึงฉะเชิงเทรา ประมาณ 60 กิโลเมตร โดยรถยนต์ จากฉะเชิงเทราถึงอำเภอพนมสารคาม 34 กิโลเมตร โดยรถยนต์ จากอำเภอพนมสารคามถึงบ้านหนองคอก 59 กิโลเมตร โดยรถยนต์ จากบ้านหนองคอกถึงสำนักงานเขต 20 กิโลเมตร รวมระยะทาง 173 กิโลเมตร
ที่ตั้ง: เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน ตั้งอยู่ระหว่างเส้นแวงที่ 101 องศา 35 ลิปดา ถึง 102 องศา 05 ลิปดาตะวันออก และเส้นรุ้งที่ 13 องศา ถึง 13 องศา 30 ลิปดาเหนือ มีพื้นที่รวม 643750 ไร่ ตั้งอยู่ในพื้นที่รอยต่อ 5 จังหวัด
สถานที่ติดต่อ: ทางไปรษณีย์ : สำนักงานเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน ตู้ ปณ.4 อ. สนามชัยเขต จ. ฉะเชิงเทรา 24160 ทางโทรศัพท์ : ผ่านสำนักงานป่าไม้จังหวัดฉะเชิงเทรา โทร. 038 - 511053
ข้อมูลเพิ่มเติม: เก็บค่าบริการหรือค่าตอบแทนในการที่พนักงานเจ้าหน้าที่ให้บริการหรือให้ความสะดวกในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า

พระราชกฤษฎีกากำหนดเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน
หมายเหตุ:

 สภาพแวดล้อมบริเวณ06. เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน
กระทิง
กระทิง
งานประชาสัมพันธ์ของเขต
งานประชาสัมพันธ์ของเขต

 





Copyrights 2006 :: กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ::