12. เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองเครือหวายเฉลิมพระเกียรติ
เครือหวาย0.jpg
12. เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองเครือหวายเฉลิมพระเกียรติ

ประวัติความเป็นมา:
การสำรวจพื้นที่ป่าแห่งนี้เพื่อเตรียมประกาศเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า สืบเนื่องมาจากจังหวัดจันทบุรี ได้มีหนังสือที่ จบ. 0009/6231 ลงวันที่ 23 มีนาคม 2538 ขอให้กำหนดพื้นที่ป่าเตรียมการสงวนป่าโป่งน้ำร้อน (บางส่วน) จังหวัดจันทบุรี เป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า โดยขอให้กรมป่าไม้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ออกไปสำรวจพื้นที่ดังกล่าวว่ามีความเหมาะสมที่จะกำหนดให้เป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเพียงใด ซึ่งกรมป่าไม้ได้มีคำสั่งที่ 1051/2538 ลงวันที่ 14 มิถุนายน 2538 สั่งการให้เจ้าหน้าที่ออกไปดำเนินการสำรวจในพื้นที่เตรียมการสงวนป่าโป่งน้ำร้อน อำเภอโป่งน้ำร้อน ป่าสงวนแห่งชาติป่าปัถวี อำเภอมะขาม และป่าสงวนแห่งชาติป่าตกพรม อำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี ผลการสำรวจพื้นที่ดังกล่าวพบว่าเป็นป่าดิบชื้น ที่มีความอุดมสมบูรณ์มีพรรณไม้นานาชนิดขึ้นอยู่ปะปนกัน มีสัตว์ป่าชุกชุม สภาพป่าเป็นแหล่งอาหารสัตว์ แหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า เป็นแหล่งต้นน้ำลำธารที่สำคัญ พื้นที่บางส่วนถูกราษฎรบุกรุกแผ้วถางป่าเพื่อทำการเกษตร คงเหลือพื้นที่ป่าบางส่วนที่ยังอุดมสมบูรณ์ สมควรสงวนรักษาไว้เป็นป่าถาวรของชาติ จึงนำเรื่องเข้าเสนอต่อที่ประชุมคณะอนุกรรมการป้องกันและปราบปรามการลักลอบทำลายทรัพยากรป่าไม้ประจำจังหวัดจันทบุรี ร่วมพิจารณาเพื่อดำเนินการจัดตั้งเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า พร้อมกันนี้ จังหวัดจันทบุรี ได้เสนอต่อกรมป่าไม้ ให้ชื่อเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดังกล่าวว่า ?เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่ากาญจนาภิเษก? กรมป่าไม้ได้เสนอขอพระบรมราชานุญาตใช้ชื่อดังกล่าวต่อสำนักราชวัง ซึ่งต่อมาได้รับแจ้งอย่างเป็นทางการจากสำนักราชวัง สำนักราชเลขาธิการว่า ได้มีพระบรมราชานุญาตให้ใช้ชื่อเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดังกล่าวว่า ?เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองเครือหวายเฉลิมพระเกียรติ? โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 115 ตอนที่ 101 ก ลงวันที่ 30 ธันวาคม พ.ศ.2541 มีพื้นที่ประมาณ 165,796 ไร่

ประกาศในราชกิจจานุเบกษา:30/12/2541[115/101]
  • ข้อมูลด้านกายภาพ:
 
พื้นที่: 165796  ไร่
ภูมิประเทศ: ลักษณะภูมิประเทศของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองเครือหวายเฉลิมพระเกียรติ ประกอบด้วยภูเขาสูงชัน สลับซับซ้อน มีความสูงจากระดับน้ำทะเลระหว่าง 200 ? 954 เมตร จึงเป็นแหล่งต้นน้ำลำธาร ลำห้วย ลำคลอง หลายสาย เช่น คลองตาชัน คลองตาคง คลองเครือหวาย คลองโป่งน้ำร้อนและคลองทับไทร ซึ่งต่อมาได้สร้างอ่างเก็บน้ำขึ้นในพื้นที่ คือ อ่างเก็บน้ำคีรีธาร ซึ่งมีพื้นที่รับน้ำทั้งหมด 76,000,000 ลูกบาศก์เมตร ซึ่งใช้ประโยชน์ทั้งในด้านการผลิตไฟฟ้าและการเก็บกักน้ำไว้ใช้สำหรับการเกษตรในฤดูแล้ง พื้นที่บางส่วนเป็นที่ราบโดยเฉพาะตามบริเวณหุบเขา พื้นที่ดังกล่าวจึงมีความล่อแหลมในการถูกบุกรุกทำลายเพื่อทำสวนผลไม้
ภูมิอากาศ: พื้นที่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองเครือหวายเฉลิมพระเกียรติ มีลักษณะภูมิอากาศแบ่งออกเป็น 3 ฤดู ได้แก่ ฤดูฝน เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองเครือหวายเฉลิมพระเกียรติ เป็นพื้นที่ที่มีระยะเวลาที่ฝนตกนานเฉลี่ยประมาณ ปีละ 6 เดือน ฤดูฝนจะเริ่มตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคมถึงเดือนตุลาคม เดือนที่มีฝนตกมากที่สุด คือ เดือนสิงหาคม ซึ่งจะมีปริมาณน้ำฝนถึง 518 มิลลิเมตร และเดือนที่มีฝนตกน้อยที่สุด คือ เดือนธันวาคม ซึ่งจะมีฝนตกเพียง 12.2 มิลลิเมตร มีปริมาณ มีปริมาณฝนตกเฉลี่ย 2,397.1 มิลลิเมตร / ปี ฤดูหนาว จะเริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนถึงเดือนกุมภาพันธ์ ส่วนอุณหภูมิต่ำสุดจะอยู่ในเดือนมกราคม วัดได้ 12.5 องศาเซลเซียส ฤดูร้อน จะเริ่มตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนพฤษภาคม อุณหภูมิสูงสุดจะอยู่ในเดือนเมษายน วัดได้ 36.7 องศา-เซลเซียส อุณหภูมิ เฉลี่ยตลอดปีโดยมีค่าอุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ย 31.5 องศาเซลเซียส และค่าอุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ย 23.1 องศา-เซลเซียส ความชื้นสัมพัทธ์ เฉลี่ยรายปีมีค่า 83.4 % โดยเดือนกันยายน มีค่าความชื้นสัมพัทธ์เฉลี่ยสูงสุด วัดได้ 87 % และเดือนธันวาคม มีค่าความชื้นสัมพัทธ์เฉลี่ยต่ำสุดวัดได้ 69 %
ธรณีวิทยา: สภาพดินในพื้นที่ดังกล่าวมีความอุดมสมบูรณ์ เนื่องจากมีสภาพความหลากหลายของพรรณพืช ระบบการหมุนเวียนของธาตุอาหารเป็นไปอย่างรวดเร็วต่อเนื่องตลอดทั้งปี โดยมีชนิดและลักษณะเด่นของดินที่พบในพื้นที่คือ ดินคลองซาก ซึ่งเกิดจากการสลายตัวของหินตะกอนเนื้อละเอียด สภาพพื้นที่มีลักษณะเป็นลูกคลื่นลอนลาดถึงสภาพพื้นที่เนินเขา เป็นดินตื้นมีการระบายน้ำได้ดี สามารถให้น้ำซึมผ่านได้ดี เนื้อดินเป็นดินร่วนเหนียวปนทรายถึงดินร่วนเหนียว มีหินลูกรังปนเล็กน้อย มีธาตุอาหารตามธรรมชาติต่ำ แต่มีศักยภาพใช้ทำสวนยางพาราและสวนผลไม้สูงพอสมควร และอีกชนิดหนึ่งเป็นชุดดินบริเวณภูเขา ซึ่งปกติมีความลาดชันมากกว่า 35 % บริเวณเหล่านี้ไม่เหมาะสมที่จะนำมาใช้ประโยชน์ในการทำกิจกรรมใดๆ เพราะเสี่ยงต่อการชะล้างพังทลายของดินสูงมากต้องรักษาไว้ให้คงสภาพตามธรรมชาติให้ดีที่สุด เพื่อสงวนไว้เป็นป่าต้นน้ำ ลำธาร สภาพหินในพื้นที่ดังกล่าว จากรายงานการสำรวจทางธรณีวิทยา สรุปได้ว่า พื้นที่บริเวณดังกล่าวประกอบด้วยหินตะกอนและหินอัคนีเกือบทั้งหมด โดยมีหินแปรปรากฏบ้างบางพื้นที่

 


 
  • ข้อมูลด้านชีวภาพ
 
ทรัพยากรป่าไม้: สภาพป่าไม้โดยทั่วไปเป็นป่าดิบชื้น มีพรรณไม้ธรรมชาติขึ้นอยู่หนาแน่น มีความชุ่มชื้นสูง มีพืชอาหารสัตว์อยู่มากมายหลายชนิด เหมาะสำหรับป่าชนิดต่างๆ ในพื้นที่มีความหลากหลายของพรรณพืชที่มีมูลค่าทางนิเวศสูง ระบบการหมุนเวียนของธาตุอาหารเป็นไปอย่างรวดเร็วต่อเนื่องตลอดปี พรรณไม้ที่มีเรือนยอดปกคลุมค่อนข้างหนาแน่น ไม้ชั้นบนที่มีขนาดใหญ่ ได้แก่ ทะโล้ ตาเสือ ตะเคียนทอง สีละมัน กะบาก สะตอ ยางแดง เทพธาโร มะหาด หว้าแดงเขา และพญาไม้ เป็นต้น ไม้ชั้นรองลงมา ได้แก่ มะพลับ หย่อง มะส้าน เลือดควาย และพลองใบเล็กเป็นต้น ไม้เรือนยอดชั้นล่าง ได้แก่ มะไฟ ค้างคาว ดีหมี มะยมป่า ยอป่า และจันทร์ชะมด เป็นต้น ไม้ชั้นล่างและกล้าไม้ ได้แก่ ขานาง กะพ้อ หวาย เต่าร้าง นาค และเข็มป่า เป็นต้น ตารางแสดงประเภทป่าไม้และการใช้ที่ดิน ประเภทป่า/การใช้ที่ดิน เนื้อที่ (ไร่) เปอร์เซ็นต์ ป่าดิบชื้น 108,580 65 ป่าดิบแล้ง 58,466 35
ทรัพยากรสัตว์ป่า: จากการดำเนินการสำรวจทั้งทางตรงและทางอ้อมประเมินว่า มีสัตว์ป่าอย่างน้อย 150 ชนิด บางชนิดมีปริมาณชุกชุม บางชนิดมีปริมาณน้อย บางชนิดอยู่ในสภาวะใกล้จะสูญพันธุ์ แบ่งเป็นประเภทต่างๆ ได้ดังนี้ สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม เช่น เก้ง กวางป่า กระจง หมูหริ่ง หมาหริ่ง พังพอน หมีคน หมีควาย เม่น ชะนี ค่าง ลิงลม อีเห็น เสือโคร่ง เสือดาว เม่นใหญ่ เม่นหางพวง และลิงกัง เป็นต้น สัตว์ปีกหรือนก เช่น เหยี่ยวภูเขา นกกระทาดงแข้งเขียว นกแขกเต้า นกหกเล็กปากแดง นกกระปูด นกขุนแผน นกตะขาบทุ่ง นกกางเขนบ้าน นกกางเขนดง นกขมิ้น นกเขาเขียวนกเขียวก้านตอง นกเอี้ยง นกตีทอง นกกะรางหัวหงอก นกขุนทอง นกปรอดทอง นกปรอดโขนเคราแดง นกหัวขวาน และนกเขียวคราม เป็นต้น สัตว์เลื้อยคลาน เช่น ตุ๊กแกบ้าน กิ้งก่าหัวแดง จิ้งเหลนหลากลาย จิ้งเหลนบ้าน เหี้ย ตะกวด งูสิง งูเห่า งูจงอาง งูกะปะ และงูเขียวหางไหม้ท้องเหลือง เป็นต้น สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ เช่น เขียดหลังปุ่มที่ราบ เขียดหนอง กบแรด กบหงอน เขียดอ่อง และอึ่งอ่างบ้าน เป็นต้น ตารางแสดงชนิดสัตว์ป่า สัตว์ป่า จำนวนชนิด วงศ์ (จำนวน) นก 85 31 สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม 36 20 สัตว์เลื้อยคลาน 16 6 สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก 5 3

  • ข้อมูลทั่วไป
 
ลักษณะของชุมชนในพื้นที่: สถานที่ตั้ง เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองเครือหวายเฉลิมพระเกียรติ ตั้งอยู่ในบริเวณที่ดินป่าโป่งน้ำร้อน ป่าปัถวี ป่าตกพรม ในท้องที่ตำบลคลองใหญ่ ตำบลทับไทร อำเภอโป่งน้ำร้อน ตำบลปัถวี อำเภอมะขาม ตำบลบ่อเวฬุ อำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี มีพื้นที่ประมาณ 165,796 ไร่ อาณาเขตติดต่อ ทิศเหนือ ติดกับพื้นที่ทำกินของราษฎรในท้องที่อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี ทิศใต้ ติดกับแนวแบ่งเขตระหว่างจังหวัดจันทบุรีและจังหวัดตราด ทิศตะวันออก ติดกับแนวแบ่งเขตระหว่างประเทศไทยและประเทศกัมพูชาประชาธิปไตย ทิศตะวันตก ติดกับพื้นที่ทำกินของราษฎรในท้องที่อำเภอโป่งน้ำร้อน อำเภอมะขาม และอำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี ในแนวถนนสายจันทบุรี ? สระแก้ว
การคมนาคม: เดินทางจากจังหวัดจันทบุรีถึงอำเภอโป่งน้ำร้อน โดยเส้นทางสายจันทบุรี ? สระแก้ว ระยะทางประมาณ 42 กิโลเมตร จากนั้นเดินทางต่อไปตามเส้นทางสาย โป่งน้ำร้อน ? บ้านผักกาด ไปยังปากทางเข้าพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองเครือหวานเฉลิมพระเกียรติ ซึ่งเป็นทางลูกรังสลับทางเดิน ระยะทางประมาณ 12 กิโลเมตร
ที่ตั้ง: เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองเครือหวานเฉลิมพระเกียรติ หมู่ที่ 9 ตำบลปัถวี อำเภอมะขาม จังหวัดจันทบุรี 22150
สถานที่ติดต่อ: ตู้ ปณ 9 ปณจ. มะขาม อำเภอมะขาม จังหวัดจันทบุรี 22150
ข้อมูลเพิ่มเติม:
หมายเหตุ:

 สภาพแวดล้อมบริเวณ12. เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองเครือหวายเฉลิมพระเกียรติ



 





Copyrights 2006 :: กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ::