02. เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว
เขาสอยดาว001.jpg
02. เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว

ประวัติความเป็นมา:
แต่เดิมมาเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาวมีชื่อว่า ป่าสงวนเขาสอยดาว เหตุที่ชื่อเขาสอยดาวก็คงเนื่องมาจากภูเขาแห่งนี้มีความสูงมาก คือสูงถึง 1,675 เมตร จากระดับน้ำทะเล ในเวลากลางคืนจะเห็นว่าดวงดาวอยู่ใกล้ยอดเขา หยิบหรือสอยถึงได้ ต่อมาป่าสงวนแห่งนี้ถูกราษฎรบุกรุกลักลอบตัดไม้ทำลายป่า และลักลอบล่าสัตว์ป่ากันอยู่เสมอ ประกอบกับ พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติไม่รัดกุมพอที่จะเอาผิดผู้ทำลายป่าและล่าสัตว์ป่าได้ จึงทำให้โอกาสลักลอบทำลายทรัพยากรกันอย่างไม่มีที่สิ้นสุด กรมป่าไม้เห็นว่าถ้าปล่อยไว้ให้เป็นป่าสงวนอยู่ตามเดิม นับวันป่าจะหมดไป สัตว์ป่าหลายชนิดที่มีอยู่ในป่าแห่งนี้ก็จะถูกล่าสูญพันธุ์ไปด้วย ทางกรมป่าไม้ (โดยฝ่ายจัดการสัตว์ป่าแห่งชาติ กองบำรุง) ได้เข้าไปดำเนินงานเพื่อจัดให้เป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เมื่อปี 2508 โดยได้ทำการสำรวจเบื้องต้นเพื่อให้ทราบถึงชนิด ปริมาณของสัตว์ป่าสภาพของ แหล่งน้ำ แหล่งอาหาร ตลอดจนความเหมาะสมในการที่จะจัดให้เป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอย่างยิ่ง กรมป่าไม้จึงได้ดำเนินการเพื่อออกพระราชกฤษฎีกากำหนดให้เป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าต่อไป ต่อมาเมื่อปี 2514 ซึ่งเป็นระยะเวลาที่มีการดำเนินงานเพื่อออกพระราชกฤษฎีกาอยู่นั้น ทางราชการก็ได้ออกสัมปทานระยะยาว 30 ปี ให้แก่บริษัทศรีมหาราชา สาเหตุเนื่องมาจากที่ทางราชการได้ออกสัมปทานดังกล่าวให้แก่บริษัทศรีมหาราชา จำกัด ชมรมอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จึงได้มีหนังสือร้องเรียนต่อคณะปฏิวัติ เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2515 ซึ่งเป็นผลให้สภาบริหารของคณะปฎิวัติได้ลงมติให้เพิกถอนพื้นที่ป่าบริเวณเขาสอยดาวออกจากเขตป่าสัมปทาน ตามประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 200 ลงวันที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2515 กำหนดให้ป่าเขาสอยดาวเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเล่มที่ 89 ตอนที่ 132 ลงวันที่ 4 กันยายน 2515 มีพื้นที่ประมาณ 465,637 ไร่ ในภายหลังได้มีประกาศในราชกิจจานุเบกษา เพิกถอนพื้นที่บางส่วนของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว ในท้องที่ตำบลตะเคียนทอง กิ่งอำเภอเขาคิชฌกูฎ อำเภอมะขาม จังหวัดจันทบุรี เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2541 โดยกรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงาน กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม มีความจำเป็นต้องใช้พื้นที่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว ในท้องที่ตำบลตะเคียนทอง กิ่งอำเภอเขาคิชฌกูฎ อำเภอมะขาม จังหวัดจันทบุรี ตามที่กำหนดไว้ในประกาศของคณะปฏิวัติ ( พ.ศ. 2515 ) เนื้อที่ประมาณ 35 ไร่ เพื่อดำเนินงานก่อสร้างเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำ คลองทุ่งเพล ซึ่งเป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และเป็นโครงการเอนกประสงค์ โดยเป็นการจัดหาแหล่งกักเก็บน้ำไว้เพื่ออุปโภคและบริโภค ตลอดจนการเพาะปลูกและผลิตกระแสไฟฟ้า สมควรเพิกถอนพื้นที่ดังกล่าวออกจากการเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า อีกทั้ง ยังมีการเปลี่ยนแปลงเขตการปกครองในท้องที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว หลังจากที่ประกาศคณะปฏิวัติดังกล่าวใช้บังคับแล้ว โดยมีการยกฐานะ ?กิ่งอำเภอสอยดาว อำเภอโป่งน้ำร้อน? เป็น ?อำเภอสอยดาว? เมื่อ พ.ศ. 2535 ตั้ง ?กิ่งอำเภอเขาคิชฌกูฎ? เมื่อ พ.ศ. 2536 และตั้งอำเภอแก่งหางแมว เมื่อ พ.ศ. 2538 สมควรแก้ไขชื่อท้องที่ให้ถูกต้องเสียในคราวเดียวกัน ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเล่มที่ 115 ตอนที่ 64 ก. ลงวันที่ 24 กันยายน 2541 เหลือพื้นที่ประมาณ 465,602 ไร่

ประกาศในราชกิจจานุเบกษา:4/9/2515[89/132]
  • ข้อมูลด้านกายภาพ:
 
พื้นที่: 465637  ไร่
ภูมิประเทศ: ลักษณะภูมิประเทศบริเวณพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว เมื่อพิจารณาจากลักษณะธรณีสัณฐานแล้ว พอจะแบ่งออกเป็นลักษณะดังนี้ บริเวณที่เป็นภูเขาและเนินเขา (hill and mountaineaus) ลักษณะภูมิประเทศโดยทั่วไป เป็นภูเขาที่สลับซับซ้อน ยอดเขาสอยดาวใต้เป็นยอดเขาสูงสุด สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 1,675 เมตร ประกอบด้วยลักษณะทางธรรมชาติที่สำคัญมากมาย ลักษณะพื้นที่มีความลาดชันมากกว่า 30 เปอร์เซ็นต์ บริเวณพื้นที่เหล่านี้มักจะมีลำน้ำ ซึ่งมีลำน้ำจากภูเขาไหลผ่าน ซึ่งจะทำให้ลักษณะทางภูมิประเทศโดยทั่วไปเป็นแพลูกคลื่นลอนชัน ที่ลาดเชิงเขา (foot hill slope) ลักษณะภูมิประเทศเป็นที่ลาดเขา ต่อเนื่องจากภูเขาที่มีความชันของพื้นที่น้อยกว่า 30 เปอร์เซ็นต์ บริเวณพื้นที่เหล่านี้มักจะมีลำน้ำ ซึ่งมีต้นน้ำจากภูเขาไหลผ่าน ซึ่งจะทำให้ลักษณะภูมิประเทศโดยทั่วไปเป็นแพลูกคลื่นลอนชัน เนินตะกอนรูปพัดติดต่อกัน (coalescing fan) เป็นลักษณะที่เกิดขึ้นใกล้เทือกเขา ซึ่งเป็นผลมาจากการกระทำของลำน้ำ ได้พัดพาเอาตะกอนขนาดต่างๆ มาทับถมกันในบริเวณที่ราบเชิงเขาเป็นแนวติดต่อกัน ลักษณะพื้นที่จะเป็นลูกคลื่นลอนลาดเล็กน้อย มีความลาดชันของพื้นที่ประมาณ 1-3 เปอร์เซ็นต์ ลานตะพักลำน้ำระดับต่ำ (low terrace) เป็นลักษณะที่แต่เดิมนั้นเป็นที่ราบน้ำท่วมถึงมาก่อน แต่ปัจจุบันน้ำจากแม่น้ำไม่ท่วมแล้ว เนื่องจากลำน้ำถูกทำให้ลดระดับลงไป จึงเกิดเป็นลานตะพักลำน้ำ
ภูมิอากาศ: ลักษณะภูมิอากาศโดยทั่วไป ได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือและลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ที่พัดปกคลุมประเทศไทย จึงทำให้มีลักษณะของฤดูกาลที่เด่นชัดทั้งสามฤดู คือฤดูหนาวตั้งแต่กลางเดือนตุลาคมถึงกลางเดือนกุมภาพันธ์ เป็นฤดูกาลของลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ จะมีอากาศหนาวเย็นและแห้งแล้ง เดือนที่มีอากาศหนาวเย็นมาก ที่สุดคือเดือนมกราคม ฤดูร้อนเริ่มตั้งแต่กลางเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนพฤษภาคม อากาศจะร้อนอบอ้าวทั่วไปโดยมีเดือนเมษายนเป็นเดือนที่มีอากาศร้อนอบอ้าวที่สุดในรอบปี ฤดูฝนเริ่มตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคมถึงกลางเดือนตุลาคม เป็นระยะที่ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดเข้าสู่ประเทศไทย อากาศจะชุ่มชื้น และมีฝนตกชุกตลอดฤดูฝน จากสถิติข้อมูลอากาศของประเทศไทย ในรอบ 30 ปี ( พ.ศ. 2504-2533) ของกรมอุตุนิยมวิทยา ปรากฏว่าที่สถานีตรวจอากาศจันทบุรี ซึ่งอยู่สูงจากระดับน้ำทะเล 3 เมตร อุณหภูมิเฉลี่ยตลอดปีประมาณ 26.8 องศาเซลเซียส อุณหภูมิเฉลี่ยสูงสุด 31.6 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุดโดยเฉลี่ยจะอยู่ในเดือนเมษายน อุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ย 23.3 องศาเซลเซียส สำหรับความชื้นสัมพัทธ์ในบริเวณนี้ เนื่องจากได้รับอิทธิพลจากน้ำทะเล ซึ่งมีความชื้นสัมพัทธ์สูงเกือบตลอดปีในช่วงฤดูหนาว อากาศทั่วไปจะแห้งแล้งและหนาวเย็น มีค่าเฉลี่ยประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์ สำหรับในฤดูฝนจะมีค่าความชื้นสัมพัทธ์สูงสุดคือ 93 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากเป็นระยะที่ ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมประเทศไทย ซึ่งจะพัดพาเอาไอน้ำและความชื้นต่ำสุดเฉลี่ย 63 เปอร์เซ็นต์ ปริมาณน้ำฝนอยู่ในเกณฑ์ดีมาก ฝนตกชุกเกือบตลอดปี เนื่องจากสภาพภูมิประเทศอำนวยให้ และเป็นบริเวณที่อยู่ใกล้ทะเลได้รับอิทธิพลลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ปริมาณฝนตกเฉลี่ยตลอดปีประมาณ 2.874 มิลลิเมตร มีวันฝนตก 169 วัน เดือนที่มีฝนตกมากที่สุดคือเดือนสิงหาคม ประมาณ 514 มิลลิเมตร (กรมอุตุนิยมวิทยา 2533)
ธรณีวิทยา: ลักษณะทางธรณีวิทยา โดยทั่วไปแบ่งออกได้เป็นยุคต่างๆ ดังต่อไปนี้คือ ยุคไตรแอสสิค มีอายุอยู่ในช่วงประมาณ 180 ล้านปีถึง 230 ล้านปีมาแล้ว หินที่พบไดแก่ หินอัคนี (igneous rock) ประกอบไปด้วย หินแกรนิต (granite) หินแกรโนไดโอไรท์ (granodiorite) และหินไดโอไรท์ (diorite) จะพบมากที่สุดในพื้นที่โดยเฉพาะในบริเวณที่เป็นภูเขา ยุคคาบอร์นิเฟอรัส ดิโอเนียนและซิลลูเวียน มีอายุอยู่ในช่วง 310 ล้านปีมาแล้ว หินที่พบในยุคนี้จะประกอบไปด้วย หินตะกอน (sedimentary rock) และหินทราย (sandstone) เป็นส่วนสำคัญแต่อาจจะมีหินปูน (limestone) และหินกรวดมน (conglomerate) ซึ่งมีลักษณะเรียงเป็นชั้นๆ เกิดปะปนอยู่ด้วย ยุคควอเตอร์นารี ถึงยุคปัจจุบัน มีช่วงอายุประมาณ 2.5 ล้านปีถึงปัจจุบัน นั้นเป็นยุคที่มีอายุน้อยที่สุด วิวัฒนาการทางด้านธรณีเป็นไปอย่างช้าๆ มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นน้อยมาก หินที่พบในยุคนี้ได้แก่ พวกตะกอนต่างๆ ที่ถูกพัดพามาทับถมกันตามตะพักลำน้ำ (terrace) และที่ราบลุ่มของลำน้ำต่างๆตะกอนเหล่านี้ไม่มีการจับตัวกันแข็งประกอบไปด้วย กรวด (gravel) ทราย (sand) ดินเหนียว (clay) และพวกซิลล์ (silt) ความหนาของตะกอนที่มาทับถมกันนี้จะแตกต่างกันไป ส่วนมากจะมีความหนาน้อยกว่า 50 เมตร สำหรับชุดหินที่พบได้แก่ ชุดหินโคราช (korat group) และหินชุดราชบุรี (ratburi group) ชุดหินโคราช (korat group) - หินตะกอนตะพักลำน้ำ และเศษหินเชิงเขา กรวดทราย ทรายแข็ง ดินโคลน และศิลาแลง - หน่วยหินโป่งน้ำร้อน ได้แก่ หินเกรย์แวก สีเทาเขียว และเขียวอมดำ เนื้อละเอียดถึงเนื้อหยาบ การจัดขั้นไม่ดี ชั้นมีขนาดบางถึงชั้นหนามาก มีชั้นแบบเรียงขนาด โดยชั้นขนาดเล็กมีเศษหินชนวนปน มีหินดินดานและหินปูนชั้นบางสลับอยู่บ้าง ชุดหินราชบุรี (ratburi group) - หินอัคนี และหินฮอร์นเบลนด์ ไบโอไทต์แกรนิต ขนาดผลึกปานกลางถึงหยาบ และมีเนื้อดอก - รอยผิดวิสัย ประกอบไปด้วยหินเชิร์ตสีเทา สีดำและสีแดงเป็นชั้น มีชั้นเรดิโอลาเรียและหินปูน เป็นเลนท์แทรกอยู่บ้าง - หินเชิร์ตสีเทาสีดำและสีแดง เป็นชิ้นส่วนชัดเจนมีชั้นเรดิโอลาเรียแทรกอยู่บ้าง ลักษณะทางปฐพีวิทยา ลักษณะดิน ดินชุดระยอง (rayong series:Ry) จัดอยู่ใน great soil group regosols พื้นที่ค่อนข้างเรียบหรือเป็นลูกคลื่น ความลาดชันเล็กน้อย 2-4 เปอร์เซ็นต์ เป็นดินลึก การระบายน้ำมากเกินไป เป็นดินที่มีปริมาณมากแร่ธาตุตามธรรมชาติต่ำ สมบัติทางกายภาพเลวเนื่องจากเนื้อดินเป็นทรายหยาบ อุ้มน้ำได้ต่ำ การใช้ประโยชน์ใช้ปลูกสร้างที่อยู่อาศัย ปล่อยเป็นป่าละเมาะ ทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ ดินชุดเรณู (renu series:Pn) จัดอยู่ใน great soil group hydromarphic gray podzolic soils เกิดจากตะกอนลำน้ำเก่า พัดพามาทับถมบนส่วนต่ำของลานตะพักลำน้ำระดับกลาง และเนินตะกอนรูปพัด บริเวณพื้นที่เกือบราบเรียบถึงลูกคลื่นลอนลาด ความลาดชัน 1-4 เปอร์เซ็นต์ เป็นดินลึก การระบายน้ำค่อนข้างเลวเป็นดินที่มีปริมาณธาตุอาหารตามธรรมชาติปานกลาง หินชุดห้วยยอด (huai yot series:Ho) จัดอยู่ใน great soil group lithesols เกิดจากการสลายตัวของพวกหินเนื้อละเอียด พวกหินดินดาน หินฟิลไลท์ สภาพพื้นที่มีลักษณะเป็นลูกคลื่น ลอนชันถึงสภาพพื้นที่เนินเขา ความลาดชัน 8-30 เป็นเซ็นต์ เป็นดินตื้นมาก มีการระบายน้ำดีมากเกินไป มีปริมาณธาตุอาหารตามธรรมชาติปานกลาง พ้นที่ส่วนใหญ่คงสภาพเป็นป่าดงดิบ ดินชุดคลองเต็ง (khlong ting series:Klt) จัดอยู่ใน great soil group red yellow podroliclkj soils เกิดจากการสลายตัวของหินเนื้อละเอียด หินดินดาน หินฟิลไลท์ สภาพพื้นที่มีลักษณะเป็นลูกคลื่นลอนลาดถึงลูกคลื่นลอนชัน ความลาดชัน 3-16 เปอร์เซ็นต์ ดินลึกปานกลาง ระบายน้ำปานกลาง มีปริมาณแร่ธาตุอาหารตามธรรมชาติปานกลาง ควรรักษาไว้ให้คงสภาพเป็นป่าธรรมชาติ ดินชุดห้วยยอด/ดินชุดคลองเต็ง (huai yot / khlong teng axociation:Ho/Klt) เป็นกลุ่มดินชุดห้วยยอด และดินชุดคลองเต็ง ซึ่งเกิดในภูมิประเทศติดต่อกัน ดินชุดห้วยยอด เกิดจากการสลายตัวของพวกหินเนื้อละเอียด พวกหินดินดาน หินฟิลไลท์ พื้นที่ที่มีลักษณะเป็นคลื่นลอนชัน ความลาดชัน 8-30 เปอร์เซ็นต์ ดินตื้นมาก การระบายน้ำดี มีปริมาณแร่ธาตุอาหารตามธรรมชาติปานกลาง ควรรักษาไว้ให้คงสภาพป่าดงดิบตามธรรมชาติ ดินชุดคลองเต็ง เกิดจากการสลายตัวของพวกหินเนื้อละเอียด พวกหินดินดาน หินฟิลไลท์ ในพื้นที่มีลักษณะลูกคลื่นลอนลาดถึงลูกคลื่นลอนชัน ความลาดชัน 3-16 เปอร์เซ็นต์ ตำบลแก่งหางแมว อำเภอแก่งหางแมว ดินเป็นดินลึก ปานกลาง การระบายน้ำปานกลาง มีปริมาณแร่ธาตุอาหารตามธรรมชาติปานกลาง ควรรักษาไว้ให้คงสภาพป่าเบญจพรรณป่าดงดิบ ตามธรรมชาติไว้ ดินชุดผักกาด จัดอยู่ใน Great soil group Hydrommophic Noncaleic Brow Soil เกิดจากตะกอน ลำน้ำเก่าพัดพามาทับบนเนินตะกอนรูปพัด และหุบเขาที่มีการทับถมมีลักษณะลูกคลื่นลอนลาดความลาดชัน 3-5 % เป็นดินลึก การระบายน้ำค่อนข้างเลวถึงดีปานกลาง มีปริมาณแร่ธาตุตามธรรมชาติปานกลาง พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นป่าหญ้าในป่าดงดิบชื้น บริเวณที่เป็นภูเขา ( Slope Complex ) บริเวณพื้นที่ลาดชันเชิงซ้อน ที่เป็นภูเขาและพื้นที่สูงชัน มีวัตถุต้นกำเนิดจากหินหลายชนิดปะปนกัน พื้นที่ที่มีความลาดชันมากกว่า 35 % ดินที่พบเป็นดินตื้นและประกอบด้วยหินและก้อนหินที่โผล่อยู่ตามผิวดินเป็นส่วนใหญ่และพื้นที่เล็กๆ บางส่วนของดินตื้น

 
สำนักงานเขต
สำนักงานเขต

 
  • ข้อมูลด้านชีวภาพ
 
ทรัพยากรป่าไม้: ทรัพยากรป่าไม้ในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาวมี 2 ชนิด คือ 1.ป่าดิบชื้น [ Moist Evergreen Forest ] ลักษณะพืชพรรณส่วนมากเป็นป่าดงดิบชื้น ประกอบด้วยพรรณไม้ที่มีค่านานาชนิดขึ้นคละปะปนกันอย่างหนาแน่น สภาพป่ามีความชุ่มชื้น เนื่องจากอยู่ในลักษณะภูมิอากาศที่ฝนตกชุก ลักษณะโครงสร้างของป่าหลายชั้น ไม้ชั้นบนเป็นไม้ขนาดใหญ่และเป็นไม้มีค่าทางเศรษฐกิจ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นป่าต้นน้ำลำธารของ ลำห้วยลำธารหลายสาย พรรณไม้ที่สำคัญ เช่น ตะเคียนทอง มะค่าโมง ไม้ตระกูลยาง สมพง กะบก ตะแบก มะหาด ขนุนป่า กะบาก ประดู่ ฯลฯ ส่วนไม้พื้นล่างแน่นทึบและมีอยู่เป็นจำนวนมากที่สำคัญได้แก่ หวาย เร่ว กระวาน และข่า เป็นต้น 2.ป่าเต็งรังหรือป่าโปร่ง [ Deciduous Forest ] เป็นแหล่งที่มีทุ่งหญ้าและมีพรรณไม้ ซึ่งเป็นอาหารที่สำคัญของสัตว์ป่าหลายชนิด ในป่าเหล่านี้มีไม้สำคัญ ได้แก่ เต็ง รัง พลวง แดง ฯลฯ ตารางแสดงประเภทป่าและการใช้ที่ดิน ประเภทป่าการใช้ที่ดิน เนื้อที่ (ไร่ ) เปอร์เซ็นต์ ป่าดิบชื้น 400,383 85.98 ป่าเต็งรัง 395 0.11 ป่าเสื่อมโทรม (ที่ถูกบุกรุก) 63,754 13.68 พื้นที่ปลูกป่า-โครงการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติฯ 1,105 0.23
ทรัพยากรสัตว์ป่า: สัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว สามารถแบ่งออกได้ดังนี้ สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม พบทั้งหมด 122 ชนิด จัดหมวดหมู่ได้ 73 สกุล 27 วงศ์ สัตว์ขนาดใหญ่ที่สำคัญได้แก่ ช้าง กระทิง วัวแดง และเสือโคร่ง สัตว์ขนาดกลางและขนาดเล็กได้แก่ กวาง เลียงผา เสือดาว เสือลายเมฆ หมีควาย หมูป่า เก้ง แมวดาว หมีขอ หมีหมา เม่นใหญ่แผงคอสั้น พญากระรอกดำ กระรอกบินใหญ่ กระรอกหลากสีชนิดย่อยขนสีน้ำตาลแดง และอื่นๆ นก พบปรากฎในพื้นที่ไม่น้อยกว่า 276 ชนิด 166 สกุล 39 วงศ์ ได้แก่ ไก่ฟ้าหลังขาว ไก่ฟ้าพญาลอ นกแขกเต้า นกกระทาดงจันทบูรณ์ นกอินทรี นกขมิ้นขาว นกขมิ้นแดง นกขุนทอง และนกกินแมลงชนิดต่างๆ เป็นต้น สัตว์เลื้อยคลาน สำรวจพบ 88 ชนิด 59 สกุล 16 วงศ์ ชนิดพันธุ์ที่สำคัญได้แก่ เต่าเหลืองตะกอง เต่าหวาย ตุ๊กแกป่าลายพาดจันทบูรณ์ กิ้งก่าหนาม กิ้งก่าดง กิ้งก่าหัวยาว จิ้งเหลนต้นไม้ จิ้งเหลนขาเล็กลาย จิ้งเหลนหัวเขมร ตะกวด งูเหลือม งูหลาม งูลิง งูเขียวกาบหมาก และงูปี่แก้ว เป็นต้น สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก สำรวจพบ 29 ชนิด 12 สกุล 6 วงศ์ ชนิดพันธุ์ที่สำคัญได้แก่ กบนา ปาดจิ๋ว เขียดจะนา เขียดทราย เขียดตะปาด อึ่งน้ำเต้า อึ่งหลังจุด และอึ่งข้าวดำ เป็นต้น ปลาน้ำจืด สำรวจพบ 47 ชนิด 31 สกุล 17 วงศ์ ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาวได้มีการค้นพบสัตว์ป่าที่หายากมาก เช่น ไก่ฟ้าหลังขาวพันธุ์ย่อย Lophara nycthemera lewisi ซึ่งพบเฉพาะในเทือกเขาสอยดาวเพียงแห่งเดียว และเมื่อประมาณเดือนธันวาคม พ.ศ. 2514 มีผู้พบนก 2 ชนิด คือ นกขมิ้นแดง (oriolus traillii) และนกขมิ้นขาว (oriolus mellainus) ที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาวเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ซึ่งนกทั้ง 2 ชนิดนี้เป็นนกที่หายาก โดยเฉพาะนกขมิ้นขาว ยังไม่เคยพบในป่าแห่งใดมาก่อน สัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาวนี้มีลักษณะที่พิเศษผิดแผกแตกต่างไปจากป่าแห่งอื่นๆ ของประเทศไทยในแง่ของสัตว์ป่า คือ สัตว์ป่าหลายชนิดมีลักษณะคล้ายไปทางสัตว์ป่าในแถบเขมรและเวียดนาม ดังนั้นการสงวนป่าแห่งนี้ไว้จึงมีคุณค่าทางด้านสัตวศาสตร์เป็นอย่างยิ่ง แหล่งน้ำของสัตว์ป่า สัตว์ป่าอาศัยน้ำจากลำห้วย ลำคลอง หนองบึง ที่มีอยู่มากมายภายในป่าแห่งนี้ ลำคลองใหญ่ๆ มี คลองตารอง คลองปะตง คลองตาหริ่ว คลองทุ่งกร่าง คลองตาเรือง ฯลฯ จากการสำรวจสามารถแบ่งสัตว์ออกเป็นประเภทต่าง ๆ ได้ดังนี้ แหล่งอาหารของสัตว์ป่า มีกระจัดกระจายอยู่ทั่วไปตลอดพื้นที่ของป่า ได้แก่ 1.โป่งทุ่งตาเรือง ลักษณะของดินเป็นสีเทารสเค็มมันคล้ายดินสอพอง มีสัตว์พวกช้าง กระทิง กวาง เก้ง และกระจง ลงกิน 2.โป่งบ้านทุ่งกร่าง ลักษณะของดินเป็นสีน้ำตาล มีสัตว์พวกกระทิง กวาง เก้ง และกระจง ลงกิน 3.โป่งคลองตารอง จะมีสัตว์พวกกวาง เก้ง กระจง ฯลฯ ลงกิน 4.ใบไม้ ดอกไม้ มีอยู่ทั่วไปในป่าและจะออกดอก ออกลูกในฤดูแล้ง ได้แก่ ดอกมะค่าโมง ลูกมะกอก ลูกนางเร่ว และระกำมีตามขุนห้วยสัน ตารางแสดงชนิดสัตว์ป่า สัตว์ป่า ชนิด ( จำนวน ) สกุล ( จำนวน ) วงศ์ ( จำนวน ) นก 276 166 39 สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม 122 73 27 สัตว์เลื้อยคลาน 88 59 16 สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก 29 12 6 ปลา 47 31 17

  • ข้อมูลทั่วไป
 
ลักษณะของชุมชนในพื้นที่: ในสภาพปัจจุบัน มีหมู่บ้านที่อยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว มีจำนวน 1 แห่ง คือ บ้านคลองพอก ตำบลทับช้าง อำเภอสอยดาว ซึ่งทางเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว ผ่อนผันให้อาศัยทำกินต่อไป แต่ไม่ให้มีการบุกรุกแผ้วถางเพิ่มเติม
การคมนาคม: การเดินทางเข้าสู่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว โดยทางรถยนต์ได้ 2 ทาง คือ 1. จากจันทบุรีถึงหมู่บ้านปะตง อำเภอโป่งน้ำร้อน ระยะทางประมาณ 70 กิโลเมตร จากปะตงเข้าที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว อีก 4 กิโลเมตร 2. จากอำเภอสระแก้ว จังหวัดปราจีนบุรี ถึงหมู่บ้านปะตง อำเภอโป่งน้ำร้อน ระยะทางประมาณ 75 กิโลเมตร
ที่ตั้ง: สถานที่ตั้ง เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว ตั้งอยู่ในท้องที่ตำบลทรายขาว ตำบลทับไทร อำเภอโป่งน้ำร้อน ตำบลตะเคียนทอง ตำบลฉมัน อำเภอมะขาม และตำบลแก่งหางแมว อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี ระหว่างเส้นรุ้ง [ Latitude ] ที่ 12 องศา 50 ลิปดาเหนือถึง 13 องศา 20 ลิปดาตะวันออก และเส้นแวง [ Longitude ] ที่ 102 องศา 2 ลิปดาเหนือ ถึง 102 องศา 16 ลิปดาตะวันออก มีพื้นที่ 745 ตารางกิโลเมตร หรือ 465.602 ไร่ อาณาเขตติดต่อ ทิศเหนือ จดอำเภอวังน้ำเย็น จังหวัดสระแก้ว ทิศใต้ จดอุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฎ บ้านทุ่งเพล ตำบลฉมัน อำเภอมะขาม จังหวัดจันทบุรี ทิศตะวันออก ขนานและจดมาตามของถนนจันทบุรี-สระแก้ว ตำบลทรายขาว ตำบลปะตง อำเภอสอยดาว ตำบลทับไทร อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี ทิศตะวันตก จดป่าสงวนแห่งชาติขุนช่อง ตำบลแก่งหางแมว อำเภอแก่งหางแมว และป่าสงวนแห่งชาติจันตาแป๊ะกิ่งอำเภอเขาคิชฌกูฎ จังหวัดจันทบุรี
สถานที่ติดต่อ: สำนักงานเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว ตำบลทรายขาว อำเภอสอยดาว จังหวัดจันทบุรี 22140
ข้อมูลเพิ่มเติม: เก็บค่าบริการหรือค่าตอบแทนในการที่พนักงานเจ้าหน้าที่ให้บริการหรือให้ความสะดวกในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า

พระราชกฤษฎีกากำหนดเขตรักษาธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว
หมายเหตุ:

 สภาพแวดล้อมบริเวณ02. เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว



 





Copyrights 2006 :: กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ::