01. เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ
SLPT.gif
01. เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ

ประวัติความเป็นมา:
เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ จังหวัดกาญจนบุรี แต่เดิมชาวบ้านรู้จักกันดี เรียกว่า ทุ่งสลักพระ ซึ่งเป็นแหล่งที่มีสัตว์ป่ามากมายหลายชนิดอาศัยอยู่อย่างชุกชุม พรานป่าสมัยดั้งเดิม เช่น น้อย อินทนนท์ นพ.บุญส่ง เลขะกุล จะรู้จักป่าสลักพระได้เป็นอย่างดี เห็นได้จากบทประพันธ์ของท่านเหล่านี้จะมีเรื่องเกี่ยวกับการออกล่าสัตว์ป่าในทุ่งสลักพระ สาเหตุที่เป็นเช่นนี้เพราะว่า ในป่าสลักพระมีทุ่งหญ้ากว้างใหญ่อยู่ในเชิงเขาล้อมรอบอุดมสมบูรณ์ไปด้วยหญ้าและต้นไม้ที่ออกผล เป็นอาหารของสัตว์ป่าอยู่มากมาย เช่น มะขามป้อม ไทร มะกอก สมอ ฯลฯ และยังมีโป่งดินเค็มซึ่งสัตว์ป่าต้องการลงกินเป็นจำนวนมากกว่า 100 โป่ง ทุ่งสลักพระมีพื้นที่ประมาณ 20,000 - 23,000 ไร่ และยังมีทางติดต่อกับทุ่งหญ้ากว้างอีกแห่งหนึ่งมีพื้นที่ประมาณ 10,000 ไร่ เรียกว่า ทุ่งนามอญ ซึ่งสัตว์ป่าสามารถหนีภัยข้ามไปมาได้ในป่าทุ่งสลักพระและยังมีลำห้วยไหลผ่านและมีน้ำตลอดปี ลำห้วยที่สำคัญได้แก่ ห้วยสะด่องหรือห้วยสลักพระ ซึ่งสัตว์ป่าได้อาศัยกินนอกจากนั้นบริเวณติดต่อทุ่งสลักพระกับทุ่งนามอญ และยังมีน้ำตกที่สูงชันและสวยงามอีกด้วย สัตว์ป่าในป่าทุ่งสลักพระถูกรบกวนจากพรานอาชีพและพรานสมัครเล่นมาเป็นเวลาช้านาน สัตว์ป่าซึ่งแต่เดิมมีอยู่มากมายจึงเหลือน้อยลงไป ต่อมาทางราชการได้จัดตั้งเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และประกาศในราชกิจจานุเบกษาขึ้นเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแห่งแรก เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2508 มีเนื้อที่ประมาณ 963 ตารางกิโลเมตร หรือ 602,000 ไร่ ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเล่มที่ 82 ตอนที่ 114 ลงวันที่ 31 ธันวาคม 2508 นับเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแห่งแรกของประเทศไทย ต่อมาวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2515 ได้มีการเพิกถอนพื้นที่บางส่วนเพื่อประโยชน์ในการให้สัมปทานบัตรเหมืองแร่ เหลือเนื้อที่ประมาณ 936.20 ตารางกิโลเมตร หรือ 585,125 ไร่ ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเล่มที่ 89 ตอนที่ 18 วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2515 และวันที่ 11 สิงหาคม 2520 ได้เพิกถอนพื้นที่บางส่วน เพื่อประโยชน์ในการก่อสร้างเขื่อนศรีนครินทร์ และใช้เป็นที่สำหรับอพยพราษฎรจากบริเวณน้ำท่วม เหลือเนื้อที่ประมาณ 858.55 ตารางกิโลเมตร หรือ 536,594 ไร่ ในปัจจุบัน ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเล่มที่ 94 ตอนที่ 74 วันที่ 11 สิงหาคม 2520

ประกาศในราชกิจจานุเบกษา:31/12/2508[82/114]
  • ข้อมูลด้านกายภาพ:
 
พื้นที่: 602000  ไร่
ภูมิประเทศ: เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ มีลักษณะคล้ายรูปลิ่มวางตัวไปตามแนวเหนือ - ใต้ และมีความลาดเทจากทิศเหนือไปทางทิศใต้และทิศตะวันออกไปทิศตะวันตก พื้นที่ด้านทิศเหนือและตอนกลางมีลักษณะกว้างมากกว่า และค่อยเรียวลงในทางด้านทิศใต้ ภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นภูเขาสูงสลับซับซ้อน และประกอบด้วยที่ราบระหว่างหุบเขา เป็นแหล่งต้นน้ำลำธารที่สำคัญของลำน้ำแควใหญ่ มีระดับความสูงของพื้นที่น้ำจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ประมาณ 700-1,000 เมตร ยอดเขาสูงที่สุดคือ เขาหัวโล้น สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ประมาณ 1,170 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง อยู่ในบริเวณตอนกลางของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระเป็นแหล่งต้นน้ำลำธารหลายสาย คือ ห้วยลำอีซู ห้วยสะด่อง และห้วยศาลา ยอดเขาที่สูงรองลงมาคือ เขาสูง สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 1,149 เมตร อยู่ในบริเวณตอนเหนือ เป็นแหล่งต้นน้ำหลายสายคือ ห้วยกระพร้อย ห้วยลำอีซู ห้วยน้ำขาว และห้วยแม่ละมุ่น จากสภาพที่เป็นเทือกเขาสูง ทำให้บริเวณนี้เป็นแหล่งต้นน้ำส่วนหนึ่งของแม่น้ำแควใหญ่ ซึ่งอยู่ทางด้านทิศตะวันตกและทิศใต้ของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ และลำน้ำลำตะเพิน ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันออกและทิศใต้ จะไหลลงไปสู่แม่น้ำแควใหญ่ต่อไป
ภูมิอากาศ: แบ่งเป็น 3 ฤดูกาล เช่นเดียวกับจังหวัดอื่นในภาคกลางของประเทศไทยแต่อุณหภูมิค่อนข้างเปลี่ยนแปลงมากกว่าพื้นที่อื่นๆ ฤดูร้อนจะมีอุณหภูมิสูงและฤดูหนาวจะมีอุณหภูมิเฉลี่ยต่ำกว่าพื้นที่ในภาคอื่น สาเหตุอาจเนื่องมาจากทิศทางลมและ สภาพดิน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นดินลูกรังผสมหินมีความสามารถในการอุ้มน้ำต่ำ อุณหภูมิในบริเวณนี้จึงเปลี่ยนแปลงมากกว่าปกติ ฤดูร้อน เริ่มตั้งแต่เดือนมีนาคม - มิถุนายน มีอุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 37.9 องศาเซลเซียส ฤดูฝน เริ่มตั้งแต่เดือนกรกฎาคม - ตุลาคม ซึ่งมีอุณหภูมิเฉลี่ย 25 องศาเซลเซียส ฤดูหนาว เริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน - กุมภาพันธ์ มีอุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 14.2 องศาเซลเซียส
ธรณีวิทยา: ลักษณะทางธรณีวิทยาของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ จะเห็นว่าส่วนใหญ่จะเป็นหินแปร และหินชั้นหรือหินตะกอนครอบคลุมพื้นที่มากกว่า 90% พบหินอัคนีครอบคลุมพื้นที่เพียงเล็กน้อย

 
สภาพพื้นที่
สภาพพื้นที่

 
  • ข้อมูลด้านชีวภาพ
 
ทรัพยากรป่าไม้: เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ ประกอบด้วยป่าหลายชนิดผสมกันอยู่ตามธรรมชาติ ชนิดป่าที่สำคัญมี 3 ชนิด ได้แก่ ป่าดิบแล้ง ป่าเต็งรัง และป่าเบญจพรรณ ป่าดิบแล้ง [ Dry Evergreen Forest ] มักพบตามที่ราบลุ่มและริมห้วย ซึ่งมีลักษณะผสมกันอยู่ระหว่างป่าดิบแล้งและป่าดิบชื้น พรรณไม้ที่สำคัญที่พบมี ตะเคียน พะยอม ยาง มะม่วงป่า ฯลฯ ไม้พื้นล่างเป็นไม้ไผ่และเถาวัลย์คิดเป็นร้อยละ 10 ของพื้นที่ทั้งหมด ป่าเต็งรัง [ Dry Dipterocarp Forest ] มักพบในพื้นที่บริเวณยอดเขาที่มีความสูงไม่มากนัก หน้าดินตื้นมีความสามารถในการอุ้มน้ำต่ำ สภาพดินโดยทั่วไปยังคงมีความอุดมสมบูรณ์ พรรณไม้ที่พบได้แก่ เต็ง รัง เหียง พลวง มะขามป้อม ฯลฯ ไม้พื้นล่างเป็นพวกหญ้าชนิดต่างๆ คิดเป็นร้อยละ 30 ของพื้นที่ทั้งหมด ป่าเบญจพรรณ [ Mixed Deciduous Forest ] มักพบติดต่อกับป่าเต็งรัง และอยู่ในระดับที่ต่ำกว่า สภาพป่าส่วนใหญ่มีสภาพป่าอุดมสมบูรณ์ พรรณไม้ที่พบเป็นพรรณไม้ที่มีค่าทางเศรษฐกิจหลายชนิด เช่น ประดู่ แดง มะค่าโมง ตะแบก กว้าว ฯลฯ ไม้พื้นล่างเป็นไม้ไผ่ชนิดต่างๆ เช่น ไผ่ป่า ไผ่รวก ไผ่นวล ฯลฯ คิดเป็นร้อยละ 60 ของพื้นที่ทั้งหมด
ทรัพยากรสัตว์ป่า: ในอดีตเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ ประกอบด้วยสภาพป่าที่อุดมสมบูรณ์ผสมกันหลายชนิดและมีแหล่งน้ำ ที่สำคัญหลายสาย มีดินโป่ง ซึ่งอุดมสมบูรณ์ไปด้วยธาตุอาหารต่างๆ ตลอดจนไม้ยืนต้นซึ่งเป็นพืชอาหารสัตว์ป่าหลายชนิด ทำให้สัตว์ป่าอยู่อาศัยชุกชุมมาก ต่อมาเมื่อความเจริญเข้ามาสู่พื้นที่โดยรอบเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ จึงทำให้สัตว์ป่าหลายชนิดที่สำคัญถูกลักลอบล่าล้มตายไปบ้าง บางส่วนก็พากันอพยพหลบหนีไปอาศัยในแหล่งที่ปลอดภัยตามกำลังความสามารถของสัตว์แต่ละชนิดบางส่วนก็พากันอพยพหลบหนีไปอาศัยในแหล่งที่ปลอดภัยตามกำลังความสามารถของสัตว์แต่ละชนิด ทำให้สัตว์ป่าในบริเวณรอบๆ แนวเขตมีปริมาณน้อยลง ที่พบร่องรอยอยู่บ้างก็มี ช้าง เสือโคร่ง หมี กระทิง วัวแดง กวาง เก้ง หมูป่า หมาป่า ชะมด ลิง เม่น ชะนี กระรอก ฯลฯ งูทั้งชนิดมีพิษและไม่มีพิษ นกชนิดต่างๆ มากกว่า 100 ชนิด ผีเสื้อชนิดต่างๆ มากกว่า 100 ชนิด แมลงปอมากกว่า 20 ชนิด สามารถแบ่งรายละเอียดได้ดังนี้ นก มี 52 วงศ์ 132 สกุล 191 ชนิด 54.26 เปอร์เซ็นต์ของชนิดทั้งหมด สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม มี 26 วงศ์ 49 สกุล 59 ชนิด 16.76 เปอร์เซ็นต์ของชนิดทั้งหมด สัตว์เลื้อยคลาน มี 13 วงศ์ 33 สกุล 39 ชนิด 11.08 เปอร์เซ็นต์ของชนิดทั้งหมด สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก มี 4 วงศ์ 9 สกุล 17 ชนิด 4.83 เปอร์เซ็นต์ของชนิดทั้งหมด ปลาน้ำจืด มี 15 วงศ์ 34 สกุล 46 ชนิด 13.07 เปอร์เซ็นต์ของชนิดทั้งหมด

  • ข้อมูลทั่วไป
 
ลักษณะของชุมชนในพื้นที่: ทิศเหนือ จดอุทยานแห่งชาติเฉลิมรัตนโกสินทร์ อุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ อำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี ทิศใต้ จดพื้นที่ของราษฎร อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี ทิศตะวันออก จดพื้นที่พระราชกฤษฎีกากำหนดเขตหวงห้ามเพื่อประโยชน์ในราชการทหาร อำเภอบ่อพลอย จังหวัดกาญจนบุรี ทิศตะวันตก จดแม่น้ำแควใหญ่ อุทยานแห่งชาติเอราวัณ อุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ อำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี
การคมนาคม: จากกรุงเทพฯ เดินทางไปตามถนนเพชรเกษมหรือทางหลวงหมายเลข 4 ถึง จังหวัดนครปฐมแยกเข้าทางอำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี แล้วเดินทางไปตามทางหลวงหมายเลข 323 ถึงจังหวัดกาญจนบุรี ระยะทางประมาณ 130 กิโลเมตร และจากจังหวัดกาญจนบุรี เดินทางไปตามทางหลวงหมายเลข 3199 สายกาญจนบุรีไปอำเภอศรีสวัสดิ์ ถึงหน่วยพิทักษ์ป่าหนองหอย ตำบลวังด้ง อำเภอเมืองกาญจนบุรี ซึ่งเป็นด่านแรกและเป็นแหล่งที่ตั้งสำนักเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ ระยะทางประมาณ 27 กิโลเมตร
ที่ตั้ง: เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ ตั้งอยู่ในท้องที่ตำบลวังด้ง ตำบลช่องสะเดา อำเภอเมืองกาญจนบุรี ตำบลหนองรี ตำบลบ่อพลอย อำเภอบ่อพลอย ตำบลหนองปรือ อำเภอหนองปรือ ตำบลท่ากระดาน ตำบลหนองเป็ด ตำบลด่านแม่แฉลบ ตำบลเขาโจด อำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี มีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 858.55 ตารางกิโลเมตร หรือ 536,594 ไร่ ตั้งอยู่ในระหว่างเส้นรุ้งที่ 14 องศา 9 ลิปดาเหนือถึง 14 องศา 41 ลิปดาเหนือ และเส้นแวงที่ 99 องศา 10 ลิปดาตะวันออกถึง 99 องศา 25 ลิปดาตะวันออก
สถานที่ติดต่อ: ตู้ ปณ. 14 ปท. ลาดหญ้า ต. วังด้ง อ.เมือง จ.กาญจนบุรี 71190
ข้อมูลเพิ่มเติม:
หมายเหตุ:

 สภาพแวดล้อมบริเวณ01. เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ
ช้างป่า
ช้างป่า
แหล่งโป่งตามธรรมชาติ
แหล่งโป่งตามธรรมชาติ

 





Copyrights 2006 :: กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ::