 | | ว่านนางแลว Polygonatum kingianum Coll. & Hemsl., J. Linn. Soc. Lond. 28: 183, t. 21. 1890. | | วงศ์ Convallariaceae (Liliflorae) | |
วิสัย ไม้ล้มลุกพาดเลื้อย ลำต้นผิวเกลี้ยง มีนวลสีขาว ยาวประมาณ 1-2 (5) ม. ใบเรียงรอบข้อ 3-8 ใบ รูปหอกแกมรูปแถบยาว ปลายใบมีมือพัน ดอกออกเป็นกระจุก 1-4 ดอก ที่ซอกใบ สีแดง ใบประดับขนาดเล็กมาก สีขาวรูปหอก ติดแน่น กลีบรวมรูประฆังแกมทรงกระบอก ยาว 1.5-2.5 ซม. ปลายเป็นแฉกเล็กน้อย เกสรเพศผู้อยู่ด้านในวงกลีบรวมที่ระดับประมาณ ¾ ของความสูงหลอด ผลค่อนข้างกลมสีเขียว เป็นพูตื้นๆ 3-4 พู เมล็ดค่อนข้างกลม แต่ละช่องผลมี 2 เมล็ด | | | |
การกระจายพันธุ์ พบตั้งแต่ประเทศจีน (ตอนใต้) พม่า และภาคเหนือของประเทศไทย ที่ จ. แม่ฮ่องสอน จ. เชียงใหม่ และ จ. เชียงราย ตามเขาหินปูน ที่เปิดโล่ง หรือใต้ร่มเงา
หมายเหตุ ว่านนางแลว ตั้งชื่อตามความใกล้ชิดกับสกุล นางแลว (Aspidistra) ซึ่งอยู่ในวงศ์เดียวกัน | |
ภาพ ราชันย์ ภู่มา(ดอยตุง เชียงราย) | | เอกสารอ้างอิง | Maxwell, J.F. 1998. Botanical Notes on the Flora of Northern Thailand: 6. Natural History Bulletin of the Siam Society 46 (2): 149-154. | | Jeffrey, C. 1980. The Genus Polygonatum (Liliaceae) in Eastern Asia. Kew Bulletin 34 (3): 463. |
ความพึงพอการใช้งานหน้าพืชเด่นประจำเดือน
|