โครงการพรรณพฤกษชาติของประเทศไทย (Flora of Thailand)

 

โครงการพรรณพฤกษชาติของประเทศไทย เป็นโครงการวิจัยด้านพฤกษอนุกรมวิธานระดับนานาชาติ เพื่อศึกษาและทบทวนพรรณพืชที่มีท่อลำเลียง (vascular plants) ในประเทศไทยที่มีประมาณ 10,000 ชนิด และตีพิมพ์เป็นหนังสือพรรณพฤกษชาติของประเทศไทยให้เสร็จสิ้น โดยสานต่อจากโครงการร่วมสำรวจและเก็บพันธุ์ไม้ ระหว่างนักพฤกษศาสตร์ไทยและต่างประเทศเช่น ไทย-เดนมาร์ก, ไทย-ญี่ปุ่น และไทย-เนเธอร์แลนด์

 

โครงการมีการริเริ่มโดยความร่วมมือระหว่างนักพฤกษศาสตร์ของไทยและเดนมาร์กในปีพ.ศ. 2506 และเริ่มมีการประชุมครั้งแรกในปี พ.ศ. 2507 (ค.ศ. 1964) ณ สวนพฤกษศาสตร์คิว ประเทศอังกฤษ โดยกลุ่มนักพฤกษศาสตร์ภายใต้การนำของ ดร. K. Larsen หอพรรณไม้อาร์ฮุส (AAU) ร่มกับ ดร. B. Hansen หอพรรณไม้กรุงโคเปนฮาเกน (C), ดร. J.E. Vidal หอพรรณไม้กรุงปารีส (P), ดร. B.L. Burtt หอพรรณไม้กรุงเอดินเบอร์ก (E), ดร. L.L. Forman หอพรรณไม้คิว (K), ดร. C.G.G.J. van Steenis และ ดร. C.F. van Beusekom หอพรรณไม้ไลเดน (L), ศาสตราจารย์ ดร. เต็ม สมิตินันท์ และ ดร. จำลอง เพ็งคล้าย นักพฤกษศาสตร์หอพรรณไม้ กรมป่าไม้ (กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชเดิม) (BKF) เพื่อดำเนินการโครงการพรรณพฤกษชาติของประเทศไทย และเริ่มดำเนินโครงการอย่างเป็นทางการตั้งแต่ปี พ.ศ. 2510 (ค.ศ. 1967) โดยร่วมกันเป็นคณะกรรมการโครงการพรรณพฤกษชาติของประเทศไทย (editorial board)


FOTMeeting2
การประชุมคณะกรรมการโครงการครั้งที่ 2 ณ หอพรรณไม้ไลเดน เนเธอร์แลนด์

คณะกรรมการโครงการโครงการมีการสับเปลี่ยนหมุนเวียนไปตามความเหมาะสม โดยมีตัวแทนของหอพรรณไม้ที่สำคัญ ๆ ในทวีปเอเชีย ยุโรป และในบางครั้งมีตัวแทนหอพรรณไม้ของสหรัฐอเมริกา รายชื่อนักพฤกษศาสตร์และสังกัดที่เคยร่วมอยู่ในคณะกรรมการดังกล่าว เช่น T. Smitinand (BKF), B. Hansen (C), I. Nielsen (AAU), I. Hedge (E), J. Dransfield (K), J. Vidal (P), K. Iwatsuki (KYO) และ M. Roos (L)

 

สำหรับคณะกรรมการในปัจจุบัน (2551-ปัจจุบัน) มีรายชื่อดังต่อไปนี้ H.-J. Esser (M), K. Larsen (AAU), S. Hul (P), M. Kato, D.J. Middleton (E), M. Newman (E), (AAU), J. Parnell (TCD), H. Pedersen (C), C. Phengklai (BKF), T. Santisuk (BKF), D.A. Simpson (K) and P.C. van Welzen (L).

 

การจัดพิมพ์หนังสือ Flora of Thailand เริ่มดำเนินการในปี พ.ศ. 2510 (ค.ศ. 1967) โดยมีคณะบรรณาธิการ ดร.เต็ม สมิตินันทน์ ผู้แทนของหอพรรณไม้กรมป่าไม้ (BKF) เป็นบรรณาธิการฝ่ายไทย ดร. K. Larsen จากมหาวิทยาลัยออร์ฮุส เดนมาร์ก (AAU) เป็นบรรณาธิการฝ่ายต่างประเทศ หนังสือพรรณพฤกษชาติของประเทศไทยเล่มแรก ได้รับการจัดพิมพ์ขึ้นในปี พ.ศ. 2513 (ค.ศ 1970) และได้ดำเนินการเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน โดยมี ดร.ธวัธชัย สันติสุข เป็นบรรณาธิการฝ่ายไทย และดร. K. Larsen เป็นบรรณาธิการฝ่ายต่างประเทศ

ในการประชุมครั้งที่ 9 ที่มหาวิทยาลัยอาร์ฮุส ประเทศเดนมาร์ก ในระหว่างวันที่ 27-30 กรกฎาคม 2537 เริ่มมีการเชิญผู้เข้าร่วมการประชุมมากขึ้น จนมาในการประชุมครั้งที่ 10 ที่โรงแรมเพิร์ลวิลเลจ จังหวัดภูเก็ต ในระหว่างวันที่ 8-13 กันยายน 2539 ซึ่งเป็นการประชุมในประเทศไทยเป็นครั้งที่ 2 ถือว่าเป็นการประชุมโครงการพรรณพฤกษชาติของประเทศไทยที่ประสบผลสำเร็จอย่างสูง มีผู้เข้าร่วมประชุมจำนวนมาก และทำให้รูปแบบการประชุมเปลี่ยนไปจากเดิมๆ ที่มีการประชุมเฉพาะคณะกรรมการเท่านั้น โดยมีการนำเสนอผลงานวิจัยของนักพฤกษศาสตร์ทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ และมีรูปแบบที่เป็นสากลมากยิ่งขึ้น ต่อเนื่องไปจนถึงการประชุมครั้งที่ 11 ที่หอพรรณไม้ไลเดน ประเทศเนเธอร์แลนด์ ระหว่างวันที่ 10-14 พฤษภาคม 2542 การประชุมครั้งที่ 12 ที่หอพรรณไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 25-29 พฤศจิกายน 2545 ซึ่งมีสมเด็จพระเทพรัตนสุดา สยามราชกุมารี เสด็จทรงมาเป็นประธานเปิดการประชุม และครั้งที่ 13 ที่มหาวิทยาลัยไตรนิตี้ กรุงดับลิน ประเทศไอร์แลนด์ จึงมีการกำหนดให้มีการประชุมทุกๆ 3 ปี โดยมีสลับกันระหว่างประชุมในประเทศและต่างประเทศ การประชุมครั้งหลังสุดเป็นครั้งที่ 14 จัดขึ้น ณ สถาบันคาร์ลสเบอร์ก เมืองโคเปนฮาเกน ประเทศเดนมาร์ก ในระหว่างวันที่ 18-21 สิงหาคม 2551

การศึกษาพรรณพฤกษชาติของประเทศไทยยังคงมีเพิ่มเติมตลอดเวลา ไม่ว่าพืชนั้นได้รับการศึกษาเสร็จหรือไม่ก็ตาม เนื่องจากมีการสำรวจและเก็บพันธุ์ไม้อย่างต่อเนื่องและเข้มข้นมากขึ้น ทำให้มีจำนวนตัวอย่างในการศึกษาเพิ่มมากขึ้น มีการค้นพบพืชชนิดใหม่ของไทย (new records) และพืชชนิดใหม่ของโลก (new species) และได้รับการตีพิมพ์ในวารสารด้านพฤกษศาสตร์ต่าง ๆ รวมไปถึง Thai Forest Bulletin (Botany) นอกจากนี้ในการศึกษาด้านอนุกรมวิธานพืชมีการเปลี่ยนแปลงไปตามหลักการการจัดจำแนกใหม่ ๆ รวมไปถึงการทบทวนการตั้งชื่อ และการเปลี่ยนแปลงชื่อพืชที่มีอยู่ตลอดเวลา ทำให้เริ่มมีแนวคิดที่จะปรับปรุง หรือทบทวนการจัดทำหนังสือพรรณพฤกษชาติใหม่ ซึ่งในอนาคตจะได้นำเสนอในโอกาสต่อไป

 

 

<กลับขึ้นด้านบน>